การเลือกอาหารให้เหมาะสมกับวัยของสุนัขและการอ่านฉลากอย่างฉลาด

ห้องนี้ได้รวบรวมถาม-ตอบ ปัญหาสุขภาพไว้ เพื่อนๆ สามารถ ถามคำถามเกี่ยวกับการเลี้ยงดูและสุขภาพของน้องหมาได้ค่ะ โดยจะมีเพื่อนๆ และผู้รู้ คอยไขข้อข้องใจและช่วยแก้ปัญหาให้เพื่อนๆ นะคะ
กฎการใช้บอร์ด
ห้ามตั้งกระทู้หรือโพสต์รูปที่มีเนื้อหาดังต่อไปนี้ - หากฝ่าฝืน โดนแบนทันที
1. กระทู้ที่คนทั่วไปสามารถใช้วิจารณญาณเห็นว่าไม่เหมาะสมได้อย่างชัดเจน เช่น มีเนื้อหาพาดพิงในทางที่ไม่ควรหรือล่อแหลมกับ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ศีลธรรมและการเมือง
2. กระทู้ที่มีเจตนาเพื่อซื้อหรือขายสุนัขและลูกสุนัข
3. กระทู้เกี่ยวกับหมาหาบ้านหรือหมาโดนทิ้งที่เอามาจากเว็บไซต์หรือเว็บบอร์ดอื่น
4. กระทู้ขอลูกหมาฟรี
5. กระทู้หาคู่ให้ทั้งหมาและคน หรือหาพ่อพันธุ์หรือแม่พันธุ์เพื่อผสม
6. กระทู้ที่มีเนื้อหาทำให้เกิดความแตกแยก ถกเถียงอย่างรุนแรง ด่าทอกัน
7. หากมีการตั้งกระทู้ที่ไม่ถูกห้องหรือหมวด ทาง Admin และ Mod จะทำการย้ายกระทู้นั้นๆ โดยไม่มีการแจ้งให้ทราบ หากหากระทู้ของคุณไม่เจอ ให้ลองไปหาในห้องอื่นๆ ที่ถูกต้องแทน
8. สามารถใส่รูปตรงลายเซ็นได้ไม่เกิน 2 รูป และต้องอยู่ในบรรทัดเดียวกัน หากใครใส่เกิน ทาง Admin จะทำการลบภาพที่เกินออกเองโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
9. ห้ามโพสต์รูปด้วย [img] ขนาดกว้างเกิน 600 px หรือสูงเกิน 1000 px หากแอดมินพบเจอรูปที่มีขนาดเกินจากนี้ จะทำการลบออกทันที

การเลือกอาหารให้เหมาะสมกับวัยของสุนัขและการอ่านฉลากอย่างฉลาด

โพสต์โดย ชิสุมุมห้อง เมื่อ 31 ม.ค. 2010, 00:20

หลายครั้งเป็นคำถามยอดฮิตมากของคนเลี้ยงโกลเด้นมือใหม่คือ
หมาควรจะกินยี่ห้อไหนดี คะ ? / ครับ ? อาหารเม็ดยี่ห้อไหนที่ดี? การเลือกอาหารหมาเป็นยังไง ?
บทความนี้เขียนลง blog ไว้นานแล้ว (และก็เคยขึ้น hotpost เอาไว้ด้วย ฮ่าๆๆ อวดนิดนึง)
แต่ตอนนั้นยังไม่เห็นว่าดีพอจะเอามาลงในเว็บ แต่พอส่งให้ออม (Nano) อ่าน ออมก็บอกโอเคนะ เอาลงเหอะ แต่ rewrite นิดนึงแล้วกันเนอะ

ก่อนอื่นก็ต้องทำความ เข้าใจกันซักนิด ก่อนว่า การให้อาหารสัตว์เลี้ยงของตัวเองแบบไหน ก็ต้องขึ้นอยู่กับความสะดวกสบายของเจ้าของ ถ้าคุณ enjoy กับการบำรุงบำเรอหมาๆแบบ เนื้อสัตว์ตับบดต้ม ผสมข้าวให้คุณหมา แล้วสุนัขคุณแข็งแรงดี เจ้าของบอกว่า แฮปปี้มีความสุข ก็ไม่ต้องอ่าน บทความนี้ก็ได้ค่ะ

ก่อนอื่นต้องเรียนให้ทราบนิดนึง บทความนี้เขียนโดยตรงจาก
1) ประสบการณ์การเลือก ซื้ออาหารเม็ดเป็นหลักของอรเอง
2) การหาข้อมูลเกี่ยวกับการให้อาหาร สุนัข
3)ความรู้ด้าน โภชนาการ และ ชีวเคมี ที่ยังไม่ส่งคืนอาจารย์ สะสมๆ กันมาเรื่อยๆ
:evil: :evil: :evil:

เริ่มจาก คำถามแรกที่เราต้องตอบโจทย์เสมอๆ ในการรับสุนัขมาเลี้ยงแต่ละตัวคือ
รูปภาพ
Q) อาหารจะให้แบบไหนดี ระหว่างแบบแห้งหรือแบบกระป๋อง หรือว่าทำให้กินเองดี

- แบบไหนแล้วแต่เจ้าของสัตว์จะสะดวกค่ะ จริงอยู่ที่ว่า อาหารแห้งจะสะดวกต่อการให้มากกว่า แต่คุณหมาอาจจะไม่ enjoy กับการกิน คือต้องฝึกกินกันอาหารเม็ด เพราะสำหรับหมาแล้ว มันอาจจะกินยากกว่าอาหารเปียกๆ แบบกระป๋อง หรืออาหารที่ทำเอง อย่างข้าวคลุกปลาทู ตับบดคลุกข้าว แต่ข้อดีของอาหารแห้งก็คือ สะดวกกว่าในการคำนวณแคลอรี่และปริมาณโปรตีน คาร์โบไฮเดรตที่สุนัขต้องการ

รูปภาพ
Q) ถ้าตัดสินใจเลือก อาหารแห้งแล้ว มันมีเกณฑ์ยังไงในการเลือกอาหารบ้างเนี่ย ทำไมมันหลายสูตร ตั้งแต่ baby, adult, old บางยี่ห้อมีสูตร ให้นมลูกอีกต่างหาก

ก่อนอื่นคุณต้องเข้าใจก่อนว่า... ไม่ว่าหมาหรือแมว เราจะแบ่งช่วงชีวิตของเขาออกเป็นสามระยะ คือ ระยะเด็ก (baby), ระยะโต (adult), และระยะชรา(Old) โกลเด้นจะมีวัยเด็กอยู่ในช่วง 2-3 ปี เพราะกระดูกและร่างกายยังไม่โตเต็มที่ วัยผู้ใหญ่จะอยู่ในช่วงซัก 3-7 ปี พอเกิน 7 ปีก็เข้าวัยชราเรียบร้อยแล้ว

โดยปกติ ช่วงอาหารหมาจะอยู่ที่ Baby (2เดือนหรือเพิ่งหย่านม – 5 เดือน), หมาเด็ก (Junior) 5-18 เดือนในหมาโกลเด้น (Large breed), และช่วงอายุ 18 เดือนจะเริ่มให้อาหารวัยผู้ใหญ่ แต่ !!! ไม่ใช่ว่าเขาหยุดโตแล้วนะคะ เขาก็ยังมีการพัฒนาการทางร่างกายอยู่จนกว่าจะถึง 2-3 ปีนั่นล่ะ และพออายุ 6-7 ปี ก็จะเริ่มเข้าวัยชรา
ความต้องการของแต่ละช่วงอายุหมาไม่เหมือนกัน สูตรอาหารก็ต้องเน้นต่างกันด้วย

อาหารหมาเล็กจะมี ไขมันกับโปรตีนสูง เพราะเป็นวัยที่ใช้ไขมันและโปรตีนในการเจริญเติบโตของร่างกาย

อาหารหมาโต จะใช้ไขมันน้อยลง โปรตีนน้อยลง เพราะร่างกายเจริญเต็มที่ อาหารที่กินไปก็เพื่อให้เหมาะกับกิจกรรมประจำวันของแต่ละตัว ถ้า กินเยอะไปจะสะสมเป็นไขมันแล้วก็อ้วนตุ๊บแทน

หมาชรา จะใช้โปรตีนน้อย ไขมันน้อย ร่างกายเริ่มเสื่อม อาจจะต้อให้ fiber เพิ่มขึ้นเพราะการขับถ่ายไม่เหมือนเดิม ถ้าให้อาหารหมาเล็กกับหมาแก่ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือหมาแก่ที่อาจจะอ้วนเกินไป จนเสี่ยงต่อโรคมากขึ้น ตับและไตอาจทำงานหนักโดยไม่จำเป็น

รูปภาพ

จะเห็นได้เลยจากตารางกิจกรรมของหมาด้านบน ว่า พวกลูกหมา(puppy)จะใช้อัตรา ส่วนโปรตีนกับไขมันเยอะที่สุด มากกว่าหมาโตเต็มที่ (Adult dog)
Performance dog คือพวกหมาประกวดตามสนามแข่งขัน ก็จะต้องใช้ไขมัน กับพลังงานเยอะ เพราะหมาพวกนี้จะต้องมีกล้ามเนื้อล่ำนิดนึง
Racing sled dog คือหมาใช้งาน เช่น ลากเลื่อน พวกนี้เช่นไซบีเรียนฮัสกี้ "ที่ทำงานลากเลื่อนเอสกิโมแถบขั้วโลกเหนือ" นะ ไม่ใช่ "ฮัสกี้ที่ทำงานแค่ เป็นสัตว์เลี้ยงเล่นตามบ้านแบบทั่วๆไป"
Lactation dog เป็นหมาแม่ลูกอ่อน ที่ต้องใช้โปรตีน ไปผลิตน้ำนมให้ลูกๆ
เพราะงั้นการเลือก อาหาร “เลือกให้ตรงกับวัยและกับกิจกรรมของสุนัข” ถ้าหมาไม่ค่อยได้วิ่งเล่นแต่นอนเล่นทั้งวันก็ไม่ต้องให้พวกมีโปรตีนสูงๆ ก็ได้ สังเกตุดูพฤติกรรมสุนัขตัวเองแล้วค่อยเลือกปรับอาหารของเราตามความเหมาะสม หมาที่อ้วนเวลาวิ่งพุงจะหมุน (พุงหมุนคือ หมาวิ่งๆ แล้วพุงมันเหวี่ยง เด้งซ็าย เด้งขวานั่นล่ะค่ะ เรียกว่าพุงหมุน) หลังแบน นั่นคือเริ่มมีปัญหาแล้ว เพราะโกลเด้นไม่ควรจะอ้วนเด็ดขาด ไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม เนื่องจากเป็นสายพันธุ์ที่มีปัญหาข้อสะโพก ข้อเข่าอักเสบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ไม่นับเรื่องโรคมะเร็งที่เหมือนจะเป็นโรคประจำสายพันธุ์โกลเด้นที่สุดจะฮิตอีกอย่างด้วย (เอาไว้เรื่อง หัวข้อ "ทำไมเราถึงไม่ควรเลี้ยงหมาให้อ้วน" อรจะรวบรวมเขียนๆ ไว้อีก topic นึงละกันค่ะ..เป็น topic ที่อยากรณรงค์มากที่สุดอันนึงเลยทีเดียวล่ะ...)

รูปภาพ
Q) แล้วสารอาหารพิเศษอื่นๆที่ควรจะมีในอาหารหมาหรืออาหารแมว ล่ะ?
สายพันธุ์ใหญ่อย่างโกลเด้นที่มักมีปัญหาเรื่องข้อสะโพกก็ จะมีพวกสารอาหารกลุ่ม glucosamine, chondrotin หรือ สายพันธุ์ที่เน้นเรื่องขน ก็จะเป็นกรดอะมิโนกลุ่ม Tyrosine และ Taurine
อาหารหมาหลายยี่ห้อจะมีการควบคุมปริมาณของ Phosphorus เพื่อป้องกันโรคไตด้วย อันนี้สมควรพิจารณาในทุกกลุ่มสุนัข เพราะหมาแก่ตัวไป โรคไตเป็นโรคอันดับต้นๆ ที่จะถามหา การให้อาหารที่เหมาะสม ไม่มีปริมาณของเกลือโซเดียมมากเกินไป และควบคุมปริมาณฟอสฟอรัส จะช่วยป้องกันน้องหมาไม่ให้เป็นโรคไตก่อนวัยอันควรได้ค่ะ
(โรคไตเป็นโรคที่น่าสงสารมากโรคนึงของสุนัขนะคะ..ซึ่งส่วนมาก 90% เกิดมาจากปัจจัยของการให้อาหารนี่แหละค่ะ ติดไว้ก่อน ว่างแล้วจะผลิตให้อีก 1 กระทู้แล้วกัน)

รูปภาพ

ต่อไปนี้คือ วิธีการ “อ่านฉลากอย่างฉลาด”
แต่ก่อนที่เราจะเข้าหัวข้อนี้ อันดับแรกที่จะต้องควรทราบคือ สิ่งที่เรียกว่า “เกรดอาหาร”

เมืองไทย เท่าที่เห็นในร้านขายอาหารสุนัข ตอนนี้เราจะมีแบ่งหลักๆ เป็น 3 เกรด คือ
1 ) เกรด Commercial เป็นอาหารทั่วๆไป ใช้ของเหลือจากการผลิตอาหารคนมาทำเป็นอาหารสัตว์ ได้แก่พวกที่มีขายตาม supermarket ต่างๆเช่นยี่ห้อ “Tesco”, “CP”
2) เกรด Premium เกรดพรีเมียมจะราคา แพงกว่าเกรด commercial เพราะจะใช้วัตถุดิบดีขึ้นมาจากธรรมดา อาจจะ ใช้ By product บ้าง แต่หลักๆแล้ว แหล่งโปรตีน ควรจะมาจาก เนื้อสัตว์เป็นหลักแต่อาหารกลุ่มนี้จะต้องมี การ Guarantee ถึงปริมาณสารอาหาร ที่อยู่ในถุง และมีส่วนผสมครบถ้วนตามที่อ้างอิงไว้ทุกประการ มีการบอกอายุสินค้า (วันหมดอายุนั่นล่ะ) และรวมถึงมีเบอร์โทรศัพท์ติดต่อฝ่ายลูกค้าได้
[ฺBy Product : คืออะไร? นะเหรอคะ by product ก็คือชิ้นส่วนของการชำแหละเนื้อสัตว์จากโรงฆ่าสัตว์แล้ว เช่น หงอน ไก่ ตีน กระดูกป่น กีบวัวป่น เขาวัวป่น เครือ่งในเหลือๆ(ที่เป็นแหล่งของสารพิษและโลหะหนัก)รวมกันอยู่ นั้นละค่ะ เรียกว่า by product ]

3) เกรด Holistic อาหารเกรดนี้คือการใช้เนื้อสัตว์เป็น หลัก และเนื้อสัตว์ที่ใช้จะไม่ใช่วัตถุดิบเหลือจากการผลิต (By product) เช่น เนื้อไก่ก็เนื้อชิ้นๆ มาทำให้แห้งแล้วปรุง ไม่มีส่วนผสมของ หงอนไก่ ตูดไก่ กระดูกไก่ เครื่องในไก่ โดยการการันตี จะลึกกว่า ไม่วิเคราะห์แล้วโปรตีน มันหยาบไป นี่เลย เรา เน้นที่ “กรดอะมิโน” ที่ร่างกายสัตว์จะได้จากการย่อยโปรตีน ว่าอาหารของเราเน้น แน่นอนว่าย่อยแล้วได้กรดอะมิโนที่สำคัญครบถ้วน มีการเติมสารอาหารที่เหมาะสม เช่นกลุ่ม DHT หรือโอเมก้า กรุ๊ปทั้งหลายทั้งปวง เติม prebiotic, probiotic ตามแต่บริษัทท่านจะสรรหามาให้ลูกค้าเชยชม

เท่าที่ฟังดู ดีสุดจะเป็นกลุ่มสาม หรือ holistic grade ตามด้วยราคาที่หรู เริดทรมานกระเป๋าเจ้าของสัตว์เลี้ยง กับกลุ่มสองที่อาจจะ ถูกกว่ากันนิดหน่อย แต่ก็โอเค สบายๆ มีให้เลือกสรรค์ตามแต่ความต้องการช็อปปิ้งของเจ้าของหมา… (เราเคยซื้อ premium ราคากระสอบละ 1700 บาท, Holistic grade สามารถ อัพราคาไปได้ถึงราคา 3000 บาท ต่อกระสอบนึง 1กระสอบ ประมาณ 15 กิโลกรัม กินได้ประมาณเดือนนึง)

จากสาเหตุของ ความทุ่มเทหน้ามืดของผู้บริโภค ทำให้บริษัทอาหารสัตว์หลายแห่ง ที่ผลิตอาหารเกรดธรรมดา (commercial grade) ก็พยายาม ดึงตัว ถีบตัว แถตัวมาอยู่ในเกรดที่เรียกว่า Premium grade เต็มที่สุดชีวิตทีเดียว

สิ่งต่อไป ที่คุณควรรู้ก่อนจะอ่านฉลาก

อาหารสัตว์ใน บ้านเรา มีทั้งผลิตในประเทศ และผลิตนอกประเทศ (นำเข้ามานั่นเอง)
สิ่งที่ต่างกันคือ อาหารสัตว์ที่นำเข้ามา จะมีการตรวจสอบโดย Association of American Feed Control Officials หรือ AAFCO ว่าอาหารสัตว์ยี่ห้อนั้นๆ มีรายละเอียดในถุง ตรงกับที่บ่งชี้ไว้ในฉลากอาหารหรือไม่ นัยว่าตรวจมาตั้งแต่อเมริกา ขึ้นเรือข้ามน้ำข้ามทะเลมาขาย

แต่ของไทย ก็เหมือนจะมีการตรวจสอบเหมือนกัน โดยห้องวิจัยของแต่ละบริษัทตามลักษณะ QC แต่อย่านึกว่าอาหารผลิตในไทยจะไม่ดีไปซะหมด เท่าที่เคยใช้มาหลาย ยี่ห้อที่ผลิตในเมืองไทยถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่คุณภาพเหมาะสมกับราคาทีเดียว ละค่ะ
รูปภาพ
บอกก่อนว่า การอ่านฉลากเป็นศิลป์ค่ะ... กล่าวคือยิ่งคุณยิ่งอ่านมาก คุณจะยิ่งจับอะไรประหลาดๆ แปลกๆ จากไอ้ฉลากพวกนี้ได้มากขึ้น แต่ที่อรยกมาเป็นเทคนิคดับเซียนที่มักจะเจอและเราชอบตกเป็นเหยื่อต้มตุ๋นกันบ่อยๆ

ฉลาก: ส่วนประกอบ

เวลาจะซื้อ อาหารน้องหมา น้องเหมียว กวาดตาดูยี่ห้อแล้ว ไล่ดูฉลาก สิ่งที่พิจารณา จะมีอยู่ 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ
1) ส่วนที่เรียกว่า Guarantee analysis
2) ส่วนผสมที่อาหาร สัตว์ใช้ (ingredient)

สองส่วนนี้ ต้องดูประกอบกันเสมอ โดย

guarantee analysis ก็คือปริมาณของ %protein, %fat, %fiber, %carbohydrate ของอาหารสัตว์ทั้ง หมดนั่นเอง
โดยปกติแล้ว อาหารเม็ดควรจะมี ความชื้นหรือ % moisture ต่ำกว่า 10 % ไม่อย่างนั้นมันจะ ขึ้นราได้ง่ายมาก และสิ่งที่จะตามมาเพื่อป้องกันการขึ้นรา ก็คือ "ยากันบูดหรือยาต้านเชื้อรา" ซึ่งตามมารยาทปกติแล้ว Premium grade จะใส่ แต่ Holistic จะไม่มีการใส่สารพวกนี้

รูปภาพ
ตัวอย่าง: Guarantee Analysis ( ดูง่ายๆ ก็สังเกตุที่ ค่า % บนถุงอาหารนั่นล่ะ)

Ingredients หรือส่วนผสมในอาหาร จะต้องบรรจุส่วนผสมในอาหารเม็ดนั้น โดยการเขียนจะต้องเขียนโดยอิงตามน้ำหนักของส่วนประกอบที่มีมากที่สุดไปยัง น้อยที่สุด ตามลำดับ
รูปภาพ
ตัวอย่าง : ingredient บนฉลากอาหาร


ฉลาก : เลือกอย่างฉลาด
แต่เดี๋ยว ก่อน!! คุณคิดว่าค่า guarantee analysis เนี่ยมันเพียงพอเรอะ กับการพิจารณาอาหารสัตว์เรอะ ? รู้ไหมว่า โปรตีนเนี่ยมันสร้างกันได้ !?

สมัยหลายสิบปี ก่อน เวลาดูค่า guarantee analysis เป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องโชว์ส่วนผสมอาหารที่ใช้ เราเลยทราบกันว่า เมืองนอก(นะจ๊ะไม่ใช่เมืองไทย) ผู้ผลิตเลวๆ บางราย เอาหนังรองเท้ามาป่นๆ เพิ่มค่าโปรตีนไปด้วยแล้วก็เอามาขายในอาหารสัตว์ :evil: ทำให้ต้องมีมาตรการ บังคับให้เขียน “ส่วนผสม” ไว้ข้างถุงอาหารด้วย เพื่อให้ผู้บริโภคได้พิจารณาว่า แหล่งโปรตีน แหล่งไขมัน แหล่งคาร์โบไฮเดรตทั้งหลายเนี่ย มันมาจากไหน(แต่ก็ไร้ประโยชน์ ถ้าหากคุณไม่อ่านใช่ไหมล่ะ ? :mrgreen: )

โดยปกติแล้ว อาหารสัตว์เกือบทุกยี่ห้อตอนนี้จะใช้วิธีการเขียนส่วนผสมเหมือนกันหมด โดยการเขียนเรียงตามลำดับส่วนผสมที่ “น้ำหนักมากที่สุด” ไปถึงส่วนผสมที่น้อยที่สุด (เพราะ AAFCO ที่พูดมาด้านบน บังคับให้เขียนแบบนี้นั่นเอง ไม่อย่างนั้นบริษัทก็เขียนกันตามใจชอบเรียงกันมั่วๆสิคะ :lol: )

การ เลือกที่ฉลาดข้อแรก คือการพิจารณาทั้งส่วนของการันตี และ ส่วนผสม ของอาหารว่าอาหารชนิดไหนเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับเรา

การวางแผนที่ดี เริ่มตั้งแต่เลือกสัตว์มาเลี้ยงแล้ว
ถ้าเป็นโกลเด้นสิ่งที่ต้องคำนึงคือ อาหารก็จะต้องค่อนข้างดีตามไปด้วย เพราะสายพันธุ์แท้ จะบอบบางกว่าสายพันธุ์ผสม และเนื่องจากเป็นสุนัขขนยาว จะต้องบำรุงรักษาขนเป็นพิเศษ อาหารที่ควรใช้ก็อาจจะใช้เกรด premium หรือหากสัตว์เลี้ยงค่อนข้างมีปัญหาเฉพาะด้าน เป็นภูมิแพ้ แพ้สารกันเสีย การเลือกใช้ Holistic grade โดยไม่ต้องให้อาหารอย่างอื่นเสริมก็เป็นทางเลือกที่ดี
ถ้าเจ้าของ สัตว์เลี้ยงทุนไม่หนามาก แต่สัตว์เลี้ยงก็พันธุ์สามัญ แข็งแรงต่อโรคก็ไม่จำเป็นจะต้อง “จ่าย” ในราคาที่แพงเกินตัวก็ได้ค่ะ ลองอ่านฉลาดดูดีๆและเปรียบเทียบราคา กับคุณภาพตามที่บอกมาด้านบน หาอาหารที่เหมาะสมคุ้มค่ากับราคา และอาจจะเพิ่มอาหารสดช่วยเรื่องสารอาหารไปแทน (แต่ก็จะเป็นการทำให้สัตว์เลี้ยงคุณติดอาหารสดด้วยนะ) ต้มไข่ให้ซักฟอง หรือเพิ่มปลาซักครึ่งตัว ให้กับน้องหมา 1-2 วันหนก็ช่วยได้นะ
ตอนนี้ก็จะมาถึงเทคนิควิชาต่างๆ เรื่องฉลากอาหารแล้ว…

เพราะราคาของอาหารสัตว์เกรด premium , กับ holistic มีราคาที่สูง ทำให้สินค้าในระดับ commercial หลายยี่ห้อ พยายามผลักดัน ฉุดดัน ลากดัน อาหารสินค้าของตัวเองให้ผู้บริโภค “เข้าใจว่า” มัน คืออาหารเกรด premium เพื่อราคาที่มากกว่าเดิม

ส่วนเกรด premium หลายยี่ห้อ ก็พยายามจะอัพเกรดตัวเองให้เทียบเท่ากับ Holistic grade เพื่อให้ได้ราคาที่ มากกว่าเดิม ซึ่งเทคนิคเหล่านี้ รวมถึงการพยายามอัพเกรดฉลากอาหารด้วย

และนี่คือ เทคนิคที่บริษัทชอบนำมาใช้
:evil: อาหาร หลายยี่ห้อจะพยายาม แยกส่วนประกอบของส่วนผสมให้มันดูกระจายกัน อย่างเช่น

ตัวอย่าง อาหารน้องหมายี่ห้อหนึ่ง

ingredient : Chicken meal, ground corn, corn gluten, grown wheat, corn bran, wheat flour, wheat middling

และพนักงานขายก็จะพยายามบอกว่า “เนี่ย เป็นสินค่าระดับ premium ดูได้จากค่า ingredient ตัวแรกที่ใช้เนื้อสัตว์เป็นหลัก แต่ราคาถูกกว่า ยี่ห้ออื่นเพราะเรากำลัง promotion”

ก็ถูกนะคะที่ใช้เนื้อสัตว์เป็นหลัก แต่ไอ้ สามอย่างที่ตามมานี่สิ… มันเป็น ของจากข้าวโพดทั้งนันเลย ถ้าเอาอาหารลำดับที่ 2+3+4 รวมกันเนี่ย มันจะมากกว่า ส่วนผสมอันดับที่ 1 อีกนะ


:evil: อาหารที่เรียกว่า premium อะไร มันก็เหมือนกัน คุณภาพเกรดเดียวกัน
Premium เองก็เป็นแค่การจัดอันดับอย่างกว้างๆ เท่านั้นเองค่ะ แต่ละบริษัทเองก็จะมีวัตถุดิบส่วนผสมที่แตกต่างกันไปอีก คุณภาพเวลาน้องหมาน้องเหมียวกินก็แตกต่างกันไป โดยเฉพาะค่าการนำไปใช้จริง คือค่าการย่อยโปรตีน (Digestibility) โดยทั่วไปเวลาเทียบกันจะใช้ ไข่ เป็นวัตถุดิบมาตรฐานในการเทียบ เพราะไข่เป็นโปรตีนที่ย่อยแล้วนำไปใช้ได้หมด

ให้คิดค่าไข่ไก่เป็น 100
เนื้อปลา,กับนม ร่างกายจะนำไปใช้ได้ 92 เมื่อเทียบกับไข่ไก่
พวกเนื้อล้วนๆ จะอยู่ที่ราวๆ 78
โปรตีน ถั่วเหลือง 67
กระดูกและพวก เนื้อเอ็นจะมีค่าประมาณ 50
ผลิตภัณฑ์ โปรตีนจากข้าวโพด (Corn) จะอยู่ที่ 45

อย่าลืมว่า ขนและผิวหนังของน้องเหมียวน้องหมา ใช้โปรตีนในการสร้างนะคะ เพราะฉะนั้นการให้โปรตีนที่ย่อยง่ายก็เกี่ยวพันกับสภาพผิวและเส้นขนของเขา มากๆ

ตัวอย่าง :- อาหารหมาเกรด Premium 2 ยี่ห้อ
ยี่ห้อ S-D
Guarantee Analysis
Protein……………………………29.8%
Fat..…………………………...27.2%
Carbohydrate (NFE)..................... 35.4%
Crude Fiber……………………….1.8%

Ingredient: Ground Whole Grain Corn, Chicken By-Product Meal, Animal Fat (preserved with mixed tocopherols and citric acid), Dried Beet Pulp, Soybean Oil, Dried Egg Product, Flaxseed,

VS

ยี่ห้อ : N -G
Guarantee Analysis :
Crude Protein (minimum) 26.00%
Crude Fat (minimum) 16.00%
Crude Fiber (maximum) 4.00%
Moisture (maximum) 10.00%
Ingredient : Chicken Meal, Wheat Flour, Ground Whole Wheat, Corn Gluten Meal, Rice Bran, Poultry Fat (preserved with mixed Tocopherols, a source of Vitamin E), Ground Rice, Chicken,


ลองอ่านๆดูจะพบว่า ยี่ห้อ S–D จะใช้โปรตีนที่มา จากข้าวโพดเป็นหลัก ตามด้วย ของเหลือจากการผลิตไก่ (พวกกระดูกไก่)แล้วใช้ข้าวหัก กับไขมันไก่ผสมเป็นอาหาร
ส่วนยี่ห้อ N-Gใช้โปรตีนที่มาจาก เนื้อไก่อบแห้งเป็นหลัก ตามด้วย แป้งสาลี และ ข้าวโพด
ค่าโปรตีนที่ได้อาจ จะไม่มากเท่ากับยี่ห้อ S แต่ยี่ห้อ N เองก็มีดีกว่าที่ ใช้เนื้อไก่จริง ๆ เป็นส่วนประกอบที่มากที่สุด ไม่ได้ใช้ของเหลือใช้ที่มาจากการผลิตแบบยี่ห้อ S เพราะ ฉะนั้นถ้าราคาเท่ากัน เลือกคุณภาพโปรตีนที่น้องหมาน้องเหมียวจะย่อยได้ดีกว่า


การเลือกที่ฉลาดข้อที่สอง : อ่านฉลากอย่าง ละเอียด จนจบและพิจารณาส่วนประกอบอย่างเหมาะสม


:evil: คำว่า Meal หรือ ไม่มี meal แตกต่างกันตรงไหน

Meal คือ เนื้ออบแห้งค่ะ ปกติแล้ว แหล่งโปรตีนที่มาจากเนื้อสัตว์ เวลาเราอ่านส่วนประกอบจะมีทั้ง Chicken meal, และ chicken ธรรมดาใช่ไหมคะ เนื้อสัตว์ที่ไม่มีคำว่า meal ตามหลัง คือเนื้อสัตว์สดๆ ที่ไม่ได้ผ่านการอบแห้ง ถามว่าพอมันไปอยู่ตรงฉลาก แล้วมันเป็นเรื่องแท็คติกของผู้ผลิตตรงไหน??

ก็ตรงที่ว่า มันเป็นอาหารแห้งนะสิ!! แต่เล่นเอาเนื้อสดไป ผสม มันก็ต้องผ่านการทำแห้งก่อน พี่แกเล่นคำนวณน้ำหนักก่อนทำแห้งของเนื้อไก่มา มันก็ต้องมากที่สุดล้ำหน้าน้ำหนักส่วนผสมอื่นๆ นะสิ !!
น้ำหนักโปรตีน+น้ำก็จะหายไป ถึง หนึ่งในสามส่วน เทียบง่ายๆ ก็คือ
4 Chicken = 1 chicken meal
ไม่เรียกว่า เทคนิคฉลากอาหาร แล้วจะเรียกว่าอะไรล่ะ ?
เพราะฉะนั้น.. ถ้าเห็นฉลากอาหารอยางเช่น

Chicken, ground corn, rice, barley

ให้โยน Chicken ที่อยู่จากอันดับ 1 ไปลงอันดับ 4 ได้เลย แล้วพิจารณา ว่า อาหารยี่ห้อนั้นใช้ ground corn เป็นส่วนประกอบที่เยอะที่สุดแทน

:twisted: จะรู้ได้ยังไงว่าอาหารที่เลือกไปให้ เป็นอาหารที่ดี

หมาแต่ละตัวเนี่ย เลือกรับอาหารได้ไม่เหมือนกันนะ ถึงได้มีอาหารหลายยี่ห้อก็เพื่อรองรับเรื่อง พวกนี้ด้วย

สุนัขบางตัวไม่ย่อยโปรตีนที่ทำจากไก่ บางตัวกินกลูเตน หรือข้าวบาร์เล่ย์แล้วแพ้ก็มี เพระฉะนั้นอาหารจึงมีหลายสูตรให้เลือกสรรค์ตามสไตล์ย่อยแบบหมาๆนี่เป็นข้อสังเกตุเล็กๆ น้อยๆ หลังจากที่น้องเหมียวน้องหมาทานอาหารไปแล้ว

ดูผิวหนัง กับสุขภาพเส้นขน :- ปกติถ้าโปรตีน สามารถนำไปย่อยได้ดี ขนจะแสดงให้เห็นว่าเป็นเงาสวย ไม่ร่วงมากกว่าปกติ ผิวหนังจะสีชมพู ถ้าเมื่อไหร่ที่ขนเริ่มแห้งหรือร่วงมาก อาจจะแปลได้ว่า ดูดซึมอาหารพวกโปรตีนกับไขมันได้ไม่ดี ถ้าผิวหนังมีจ้ำแดง หรือมีอาการแพ้เป็นตุ่มหนอง ก็อาจจะเป็นได้ว่าแพ้อาหารชนิดนั้น เตรียมเปลี่ยนอาหารได้เลย เวลาเปลี่ยนก็เลือกเอาว่า Protein source ให้แตกต่างจากเดิม เช่น ถ้าแต่เดิมทาน protein จากเนื้อไก่ แล้วแพ้ ก็ให้เลือกโปรตีนจากเนื้อแกะ หรือปลาแทน

กินไปก็ต้องถ่ายออก..:-
ดูง่ายๆ ก็คือดูอึที่ออกมา หาจังหวะที่หมาไปทำธุระ แล้วก็ตาม stalker ไปดูอึที่ออกมา ถ้าเกิดอึมีปริมาณเยอะกว่าอาหารที่กินเข้าไป หรือมีลักษณะเหลวๆ ต่างจากอุนจิปกติ แสดงว่าอาหารที่เหมียวหรือหมากิน มีการดูดซึมที่ไม่ดี อาจจะต้องลองเปลี่ยนอาหารดู

ถ้าเกิดอึที่ออกมา ออกมาน้อยกว่าที่กินเข้าไปเยอะพอสมควร แถมไม่เหลว ดูสมเป็นอึ เก็บง่ายโกยง่าย แสดงว่าอาหารที่ให้มาดูดซึมได้ดีแล้ว ก็ไม่มีปัญหาอะไร ยกเว้นเจ้าของกลัวหมาเบื่ออยากให้ยี่ห้ออื่นๆ ก็ตามสบาย

(ป.ล. รณรงค์เรื่อง เก็บอึหมานอกบ้านทุกครั้ง พกถุงพลาสติกไปอย่าปล่อยให้น้องหมาไปอึทิ้งอึขว้างหน้าบ้านชาวบ้านนะจ๊ะ เป็นเจ้าของที่มีคุณภาพด้วย ' '/)

:mrgreen: :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:
ก็จบ กันไปแล้ววิธีเลือกดูอาหารสุนัขคร่าวๆ ถ้ายังไงลองไปเลือกดูตามนี้นะจ๊ะ ขอให้น้องหมาทุกตัวอายุยืน แข็งแรง เพราะได้รับการดูแลที่ดีจากเจ้าของในเรื่องอาหาร และการออกกำลังกาย ' '/
งานหลัก : เล่นกับหมา ดูแลหมา คุยกับหมา พาหมาไปว่ายน้ำ
งานอดิเรก : ทำงานหาเงินมาเลี้ยงหมา
งานพิเศษ : ใช้วิชาความรู้ที่เรียนมาด้าน Toxicology ตอบคำถามต่างๆเกี่ยวกับความเป็นพิษและฤทธิ์ของยา
ภาพประจำตัวสมาชิก
ชิสุมุมห้อง
โกลเด้นแก่เอาแต่นอน
โกลเด้นแก่เอาแต่นอน
 
โพสต์: 392
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.ย. 2005, 22:48
ชื่อน้องหมา: Latte'

Re: การเลือกอาหารให้เหมาะสมกับวัยของสุนัขและการอ่านฉลากอย่างฉลาด

โพสต์โดย fonja เมื่อ 31 ม.ค. 2010, 05:15

เก็บความรู้ไปเต็มเลยยยยยย
ขอบคุณมากค่ะที่ตั้งใจเอาสิ่งดีๆมาให้นะ

ป.ล. ขอถามนิดนึงค่ะ
น้องหมาที่บ้านค่ะ บางทีก็อึเป็นก้อนดี บางทีก็ไม่เป็นก้อนแต่ไม่ถึงกับเละ บางทีก็น้อย บางที็มาก สลับกันไป
ปริมาณอาหารก็ให้เท่าเดิมนะคะ
-แบบนี้เกิดจากอะไรค่ะ แนะนำด้วยค่ะ
ภาพประจำตัวสมาชิก
fonja
โกลเด้นเด็กวัยกำลังซน
โกลเด้นเด็กวัยกำลังซน
 
โพสต์: 45
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ก.ย. 2009, 20:29
ชื่อน้องหมา: น้ำปั่น&น้ำแข็ง

Re: การเลือกอาหารให้เหมาะสมกับวัยของสุนัขและการอ่านฉลากอย่างฉลาด

โพสต์โดย ชิสุมุมห้อง เมื่อ 31 ม.ค. 2010, 09:08

ถ้ายังเด็กๆ (1-3 เดือน) จะอึไม่เป็นเวลาเท่าไหร่ และลำไส้อาจจะยังดูดน้ำกลับได้ไม่ดี ส่งผลให้อึเหลวก็เป็นได้
อาจจะเกี่ยวข้องกับน้ำค่ะ เพราะบางทีลำไส้อาจดูน้ำกลับไม่หมดก็เลยเหลวอันนี้ก็เป็นได้เหมือนกัน
หรือบางตัวทานนมแล้วไม่ย่อย ก็สามารถอึเหลวได้นะ
ลองนึกดูว่า ช่วงที่เขาอึเหลวเนี่ย ก่อนหน้านั่นทานน้ำเยอะมากๆหรือ ทานนมรึเปล่า (ปกติถ้าอึตอนเช้าเนี่ย มักจะแข็งกว่าอึตอนบ่ายๆ หรือเย็นใช่ไหม นั่นเพราะตอนนอนหลับจะมีเวลาให้ลำไส้ดูดน้ำกลับได้เยอะกว่าตอนกลางวันไงคะ ;) )
แต่ถ้าไม่มีเลือด หรือไม่มีกลิ่นคาวจัดๆ ก็โอเคค่ะ
งานหลัก : เล่นกับหมา ดูแลหมา คุยกับหมา พาหมาไปว่ายน้ำ
งานอดิเรก : ทำงานหาเงินมาเลี้ยงหมา
งานพิเศษ : ใช้วิชาความรู้ที่เรียนมาด้าน Toxicology ตอบคำถามต่างๆเกี่ยวกับความเป็นพิษและฤทธิ์ของยา
ภาพประจำตัวสมาชิก
ชิสุมุมห้อง
โกลเด้นแก่เอาแต่นอน
โกลเด้นแก่เอาแต่นอน
 
โพสต์: 392
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.ย. 2005, 22:48
ชื่อน้องหมา: Latte'

Re: การเลือกอาหารให้เหมาะสมกับวัยของสุนัขและการอ่านฉลากอย่างฉลาด

โพสต์โดย ข้าวสวย เมื่อ 31 ม.ค. 2010, 12:47

เห้อออ ,,, จบซักที :D :D

ยอมรับว่าอ่านตั้งแต่บรรทัดแรก จนถึง บรรทัดสุดท้ายเลยค่ะ ;) ;)

ขอบคุณนะคะ ที่เขียนเรื่องดีๆ มาให้อ่าน ,, ( และก็ อ่านด้วยความตั้งใจ .. ขอบคุณค่า )
""" ข้าวสวย 23 เมษา 52 @ รักหนูนะคะ ก๊ะจ๋วย ,, สุดสวย ของแม่ """
ภาพประจำตัวสมาชิก
ข้าวสวย
โกลเด้นเด็กวัยกำลังซน
โกลเด้นเด็กวัยกำลังซน
 
โพสต์: 75
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 มิ.ย. 2009, 13:21
ชื่อน้องหมา: ข้าวสวย

Re: การเลือกอาหารให้เหมาะสมกับวัยของสุนัขและการอ่านฉลากอย่างฉลาด

โพสต์โดย fonja เมื่อ 31 ม.ค. 2010, 20:21

ขอบคุณมากเลยค่ะ
ภาพประจำตัวสมาชิก
fonja
โกลเด้นเด็กวัยกำลังซน
โกลเด้นเด็กวัยกำลังซน
 
โพสต์: 45
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ก.ย. 2009, 20:29
ชื่อน้องหมา: น้ำปั่น&น้ำแข็ง

Re: การเลือกอาหารให้เหมาะสมกับวัยของสุนัขและการอ่านฉลากอย่างฉลาด

โพสต์โดย rottung4wd เมื่อ 01 ก.พ. 2010, 08:28

:o รื้อฟื้นความรู้ที่หลงลืมๆไปได้เยอะเลย ชอบมากๆเลยค่ะ :D ... :lol: ขอบคุณมากนะคะคุณอร
รูปภาพรูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
rottung4wd
โกลเด้นผู้ใหญ่เริ่มเรียบร้อย
โกลเด้นผู้ใหญ่เริ่มเรียบร้อย
 
โพสต์: 708
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2009, 22:00
ชื่อน้องหมา: รถถัง..4WD

Re: การเลือกอาหารให้เหมาะสมกับวัยของสุนัขและการอ่านฉลากอย่างฉลาด

โพสต์โดย แปะก๊วย เมื่อ 03 ก.พ. 2010, 11:41

ขอบคุณมากเลยค่ะสำหรับความรู้ดี ๆ ศึกษาเรื่องการเลือกอาหารจากใน mylove มานาน แต่ก็ยังชอบที่จะศึกษาและเก็บเอาข้อมูลต่าง ๆ มาเลือกสิ่งที่ดี ให้กับเจ้าลูกชาย ตัวแสบ อยู่เรื่อย ๆ ค่ะ
ภาพประจำตัวสมาชิก
แปะก๊วย
โกลเด้นน้อยลืมตาดูโลก
โกลเด้นน้อยลืมตาดูโลก
 
โพสต์: 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ค. 2009, 15:01
ชื่อน้องหมา: แปะก๊วย,เป๊ปซี่,จัมโบ้,ลัคกี้

Re: การเลือกอาหารให้เหมาะสมกับวัยของสุนัขและการอ่านฉลากอย่างฉลาด

โพสต์โดย หมั่นโถ เมื่อ 07 ก.พ. 2010, 23:01

มาเก็บความรู้จ้าๆๆๆ :mrgreen:
หมาน้อยหัวใจเทวดา ^--^ {http://brandnamecloset.net}
ภาพประจำตัวสมาชิก
หมั่นโถ
โกลเด้นผู้ใหญ่เริ่มเรียบร้อย
โกลเด้นผู้ใหญ่เริ่มเรียบร้อย
 
โพสต์: 652
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2009, 09:47
ชื่อน้องหมา: หมั่นโถว

Re: การเลือกอาหารให้เหมาะสมกับวัยของสุนัขและการอ่านฉลากอย่างฉลาด

โพสต์โดย akkakit เมื่อ 09 ก.พ. 2010, 16:15

โอว ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ
akkakit
โกลเด้นน้อยลืมตาดูโลก
โกลเด้นน้อยลืมตาดูโลก
 
โพสต์: 24
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ธ.ค. 2009, 15:25
ชื่อน้องหมา: เจ้า Lilly

Re: การเลือกอาหารให้เหมาะสมกับวัยของสุนัขและการอ่านฉลากอย่างฉลาด

โพสต์โดย netkung เมื่อ 11 ก.พ. 2010, 18:51

ขอบคุณครับ
รูปภาพรูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
netkung
โกลเด้นโตเต็มที่กำลังคึก
โกลเด้นโตเต็มที่กำลังคึก
 
โพสต์: 146
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 มิ.ย. 2009, 15:32
ชื่อน้องหมา: vosga

Re: การเลือกอาหารให้เหมาะสมกับวัยของสุนัขและการอ่านฉลากอย่างฉลาด

โพสต์โดย alek เมื่อ 17 ก.พ. 2010, 16:29

ขอบใจจร้าาาา......
ภาพประจำตัวสมาชิก
alek
โกลเด้นน้อยลืมตาดูโลก
โกลเด้นน้อยลืมตาดูโลก
 
โพสต์: 12
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2009, 16:41
ชื่อน้องหมา: ปิ่นโต โซดา

Re: การเลือกอาหารให้เหมาะสมกับวัยของสุนัขและการอ่านฉลากอย่างฉลาด

โพสต์โดย Paorukpart เมื่อ 21 ต.ค. 2011, 21:52

ขอบคุณมากคับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Paorukpart
โกลเด้นผู้ใหญ่เริ่มเรียบร้อย
โกลเด้นผู้ใหญ่เริ่มเรียบร้อย
 
โพสต์: 743
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 มิ.ย. 2011, 10:46
ชื่อน้องหมา: Gunners 9 เดือน วัยกำลังซน


ย้อนกลับไปยัง ถาม-ตอบ ปัญหาสุขภาพและการเลี้ยงดู

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน

cron