เมื่อหมาฉันเป็น "ภูมิแพ้!!!?" [ 1 ใน 3 โรคยอดฮิตของเด้น]

ห้องนี้ได้รวบรวมถาม-ตอบ ปัญหาสุขภาพไว้ เพื่อนๆ สามารถ ถามคำถามเกี่ยวกับการเลี้ยงดูและสุขภาพของน้องหมาได้ค่ะ โดยจะมีเพื่อนๆ และผู้รู้ คอยไขข้อข้องใจและช่วยแก้ปัญหาให้เพื่อนๆ นะคะ
กฎการใช้บอร์ด
ห้ามตั้งกระทู้หรือโพสต์รูปที่มีเนื้อหาดังต่อไปนี้ - หากฝ่าฝืน โดนแบนทันที
1. กระทู้ที่คนทั่วไปสามารถใช้วิจารณญาณเห็นว่าไม่เหมาะสมได้อย่างชัดเจน เช่น มีเนื้อหาพาดพิงในทางที่ไม่ควรหรือล่อแหลมกับ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ศีลธรรมและการเมือง
2. กระทู้ที่มีเจตนาเพื่อซื้อหรือขายสุนัขและลูกสุนัข
3. กระทู้เกี่ยวกับหมาหาบ้านหรือหมาโดนทิ้งที่เอามาจากเว็บไซต์หรือเว็บบอร์ดอื่น
4. กระทู้ขอลูกหมาฟรี
5. กระทู้หาคู่ให้ทั้งหมาและคน หรือหาพ่อพันธุ์หรือแม่พันธุ์เพื่อผสม
6. กระทู้ที่มีเนื้อหาทำให้เกิดความแตกแยก ถกเถียงอย่างรุนแรง ด่าทอกัน
7. หากมีการตั้งกระทู้ที่ไม่ถูกห้องหรือหมวด ทาง Admin และ Mod จะทำการย้ายกระทู้นั้นๆ โดยไม่มีการแจ้งให้ทราบ หากหากระทู้ของคุณไม่เจอ ให้ลองไปหาในห้องอื่นๆ ที่ถูกต้องแทน
8. สามารถใส่รูปตรงลายเซ็นได้ไม่เกิน 2 รูป และต้องอยู่ในบรรทัดเดียวกัน หากใครใส่เกิน ทาง Admin จะทำการลบภาพที่เกินออกเองโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
9. ห้ามโพสต์รูปด้วย [img] ขนาดกว้างเกิน 600 px หรือสูงเกิน 1000 px หากแอดมินพบเจอรูปที่มีขนาดเกินจากนี้ จะทำการลบออกทันที

เมื่อหมาฉันเป็น "ภูมิแพ้!!!?" [ 1 ใน 3 โรคยอดฮิตของเด้น]

โพสต์โดย ชิสุมุมห้อง เมื่อ 02 ต.ค. 2010, 17:49

บทความนี้เขียนมาเนื่องจากเป็นการแชร์ประสบการณ์, การเรียนรู้และใช้ชีวิตร่วมกับหมาโกลเด้นตัวนึงที่เป็นภูมิแพ้ และเป็นของขวัญวันเกิดให้กับหมาตัวนึงที่สู้กับภูมิแพ้มาจนอายุ 5 ขวบ ในวันที่ 5 ต.ค. นี้
ถ้าจะถามว่าโรคอะไรที่เป็นมักจะมากับพันธุกรรมของโกลเด้นทั่วโลก
ทุกคนจะนึกถึงอันดับแรกเลยคือ โรคนี้

*** คำเตือน บทความนี้ยาวล้านแปดมาก เพราะพูดครอบคลุมเกี่ยวกับภูมิแพ้และโรคที่เกี่ยวข้อง อาจไม่จบใน 1 วัน และ 1 post ***


1) โรคเกี่ยวกับกระดูกและข้อสะโพก อันนี้แทบจะเป็นมหากาพย์ในเว็บไซต์ของโกลเด้น เขียนกันเยอะมาก ข้อสรุปสั้นๆง่ายๆ ที่อรจะมีให้กับโรคนี้สั้นๆ คือ "พันธุกรรม & การเลี้ยงดู" คาดว่าคงไม่ต้องเขียนนะคะ.. หมวดสุขภาพนี่มีข้อมูลเยอะมากเกี่ยวกับโรคข้อสะโพก เข่าอักเสบ OCD การรักษา การดูแล การป้องกัน ลองไปหาอ่านๆ กันดูแล้วกันค่ะ

2) โรคมะเร็งและเนื้องอก ซึ่งจะพยายามเข็นออกมาให้ทันในวันสองวันนี้ (ถ้าตัวอู้ไม่ทำงานซะก่อนนะคะ :lol: )

3) โรคผิวหนังและภูมิแพ้.. อันนี้มีหลายบ้านที่โชกโชน ยกตัวอย่างชัดๆ คือ บ้านพี่มิกซ์และดีดี้ หรือบ้านออมและริชชี่ แต่มันยาว ยืด เยอะ ข้อมูลมากและแต่ละบ้านมันเป็นไม่เหมือนกันเลยแต่ละตัว คุยกันทีเป็นชั่วโมงเลยก็ว่าได้
ดังนั้นก็เลยจะมาเขียนแชร์ให้ฟังในด้านของบ้านอร& ลาเต้ เพราะลาเต้ ถือเป็นหมาโครตจะแพ้ตัวนึงเหมือนกัน และรักษาตัวเองมาตลอด โดยไม่ใช้ยาเสตียรอยด์ และปัจจุบัน อาการแพ้บางชนิดลดลงจนหายขาดไปแล้ว

อะ เยิ่นเย้อพอควร เข้าเรื่องเลยแล้วกัน
ภูมิแพ้คืออะไร ?

ก่อนจะเข้าใจอะไร เข้าใจอย่างหนึ่ง คือ ภูมิแพ้ไม่ใช่โรค แต่ภูมิแพ้มีสาเหตุมาจาก"โรค" ได้ เพราะภูมิแพ้ "คือการที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายผิดปกติไป อันเนื่องมาจากสัมผัสกับสิ่งเร้าบางชนิด เช่น โรค ฝุ่นละออง อาหาร หมาบางตัว แพ้แม้กระทั่งแสงแดด

ภูมิคุ้มกันของร่างกายไม่ว่าจะคนหรือหมา มีหน้าที่เดียวคือเป็นทหารปกป้องร่างกายจากสิ่งแปลกปลอมที่ไม่ใช่ร่างกาย
ถ้าเกิดภูมิคุ้มกันเกิดจดจำอะไรผิดๆ เช่น อาหารบางชนิดหรือสภาพแวดล้อมบางอย่างว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมจะต้องกำจัด ก็จะทำการต้านขึ้นมา (ง่ายๆ เมื่อทหารเกิดทรยศยิงประชาชนในประเทศ มันก็เกิดการวุ่นวายขึ้นมาบ้านก็พัง รั้วก็เสีย)
ในหมาส่วนมากจะเกิดที่บริเวณผิวหนัง และนัยน์ตา แต่มีบางตัว ลามระบบอวัยวะอื่นๆ เช่น ถ่ายเหลว

เพราะงั้นจะเรียกได้ว่า ภูมิแพ้เป็นโรคแห่งความซวย และถ้าเจ้าของไม่ดูแลรักษา สังเกตุว่าหมาตัวเองเป็นแพ้อะไรและจัดการนำสิ่งนั้นออกไป หมาที่เป็นภูมิแพ้ จะยิ่งซุปเปอร์ซวย

อาการของภูมิแพ้ทางผิวหนัง
โดยมากเราจะสังเกตุได้จากการมีผดผื่น อาการแดง คัน ขนร่วง ผิวหนังบวมคล้ายๆ ลมพิษ ซึ่ง เป็นสิ่งที่บอกชัดทางผิวหนังว่าสุนัขมีอาการแพ้ พบได้่บ่อยตาม ง่ามเท้า ใต้ท้อง ขาหนีบ รอบปาก ผิวหนังใต้หน้าอก
รูปภาพ

รูปภาพ

บางคนอาจจะคิดว่าจิ๊บๆ ไม่หนักหนาสาหัส ป้ายยาก็หาย แต่ หมาที่มีอาการภูมิแพ้แบบนี้จะมีโอกาสเสี่ยงต่อ เชื้อรา ยีสต์ และเรื้อนเปียกที่ผิวหนังสูง
ถ้าหมาคุณเป็นภูมิแพ้ คุณอาจจะซื้อ 1 ได้ถึง 2 3 4 เพราะมันจะพ่วงมาด้วย เรื้อนเปียก ยีสต์ รา ที่จะเข้ามาจัดการกับผิวหนังสุนัขที่อ่อนแอเพราะภูมิแพ้ ซึ่งเมื่อเป็นขึ้นมาโอกาสที่จะหายขาดน้อยมากจนแทบไม่มีเลย และการกลับมาเป็นใหม่ก็สูงด้วย

บางบ้านเป็นยีสต์ในช่องหู.. ก็ otomax หยอดกันไป (ห้ามใช้ติดต่อเกิน 14 วันเนื่องจากยาที่อยู่ใน otomax เป็นพิษต่อหูชั้นในและหูชั้นกลาง) ทางที่ดีให้สัตว์แพทย์จ่ายยาจะดีที่สุด


*** สุนัขบางตัวนอกจากภูมิแพ้แล้วยังมีการผลิตไขมันบริเวณผิวหนังเยอะผิดปกติ ส่งผลให้สมดุลของ pH ที่ผิวหนังผิดปกติ ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Seborrhoea (ขออภัยไม่ทราบชื่อภาษาไทย) เกิดขึ้น ปกติแล้วจะมีทั้งแบบเปียกและแบบแห้ง และมักจะเป็นหนึ่งในภาวะผิดปกติที่มาพร้อมกับภูมิแพ้ ส่วนมากมาจากพันธุกรรมด้วยส่วนหนึ่ง

Seborrhoea มีสองแบบใหญ่ๆ แนะนำให้ไปคุยไปดูกับคุณหมอว่าเป็นแบบใด แล้วเลือกวิธีจัดการกัน

1) สุนัขแต่ละตัวจะมีการตอบสนองต่อภูมิแพ้แตกต่างกันไป บางตัวจะมีการผลิตไขมันบริเวณใต้ผิวหนังมากผิดปกติ ถ้าเป็นคนก็คงเป็นสิวไปแล้ว แต่เผอิญเป็นหมาไม่มีต่อมเหงื่อระบายแต่มี sebum แบบคน เมื่อผิวหนังมันผิดปกติ "ยีสต์" จะลงมากินน้ำมัน แล้วก็รุมเผยแพร่เป็นโคโลนี จับแล้วจะมีกลิ่นออกเปรี้ยวๆ เป็นเอกลักษณ์ ที่ถ้าเคยดมแล้วลองไปดมใหม่จะจำได้ทันทีว่ายีสต์มาแล้วจ้า และมีลักษณะเยิ้มๆ มันๆ แวววาว สิ่งที่ยีสต์ชอบ คือ "น้ำมัน" "ความชื้น"
ดังนั้นถ้าหมาของคุณเป็นภูมิแพ้และมียีสต์อาละวาด สิ่งที่คุณควรจะมีประจำติดบ้านคือ ไดร์เป่าขน และการควบคุมความชื้น แอ่งน้ำ ห้องน้ำในบ้าน และแชมพูยา ถ้าเกิดผิวหนังหมามันเยิ้มจริงๆ การสลับใช้ Malaseb( ที่มียาฆ๋าเชื้อราและยีสต์) สลับกับ Sebolytic (ที่มีตัวยาช่วยจัดการไขมันที่ผิวหนังผลิตออกมามากเกินไป) เพื่อช่วยควบคุมการกระจายของยีสต์บริเวณผิวหนัง ก็เป็นชอยส์ที่ดี


- เคยบอกให้ Labrador ของเพื่อน ใช้sebolytic ลงก่อนทิ้งไว้ซักพัก(5-10 นาที) แล้วล้างตามด้วยฟอก malaseb ทิ้งไว้อีก 10 นาที เฉพาะจุดที่เป็นรายีสต์ แล้วก็ล้างแล้วเป่าให้แห้ง พบว่าดีขึ้นเยอะ เพราะ sebolytic จะจัดการน้ำมันส่วนเกินออกก่อน เป็นการตัดอาหารพวกเชื้อรายีสต์ แล้วก็ค่อยฟอกยาฆ่าเชื้อราในแชมพู malaseb

2) สุนัขบางตัวตอบสนองสิ่งแพ้โดยการผลัดผิว.. คือสร้างผิวหนังขึ้นมามากกว่าปกติ อันนี้สังเกตุได้คือ ผิวหนังจะมี "รังแค" "เกาตลอดไม่หยุดซะที" "แห้งๆ" หลุดออกมากระจัดกระจาย จริงๆ การจะดูว่าเป็นเรื้อนแห้ง หรือ seborrhea แบบแห้ง ไม่สามารถจะดูได้ด้วยตาเปล่านะคะ จะต้อง "ขูดผิวหนัง" ออกมาดู ว่าเป็นเชื้อใดกันแน่ เพราะภาวะที่มีรังแคเป็นได้หลายโรคมากเหมือนกัน ดังนั้นให้ชัวร์สุด.. พบสัตว์แพทย์ค่ะ

รูปภาพ

รูปภาพ



สุนัขบางตัวตอบสนองต่อภูมิแพ้ด้วยอาการขนร่วง แห้ง แดง เมื่อขูดผิวหนังดู จะได้ของแถมเป็น "เรื้อนเปียก"
อย่างของลาเต้ เป็นเรื้อนเปียกเพราะภูมิแพ้ทำให้ภูมิคุ้มกันผิวหนังผิดปกติ ทำให้ตัวเรื้อนเปียกเจริญได้มากเกินไป
ลาเต้พบบริเวณรอบปากกับส่วนหัว
รูปภาพ
แต่บางตัวอาจจะพบได้บริเวณขา ลามไปถึงทั้งตัว
รูปภาพ
วิธีการจะรู้ว่าเป็นเรื้อนเปียกหรือเชื้ออะไร ต้อง"ขูดผิวหนัง" เท่านั้นนะคะ

การจัดการเรื้อนเปียก ตอนแรกคุณหมอให้ ivermec มากินเป็นระยะยาว
จนกระทั่งมีอาการ overdose ทำให้เรารีบ withdraw (ถอนยา)ออก โชคดี ที่ถอนยาทัน ไม่อย่างนั้นลาเต้คงไปสวรรค์ไปนานแล้ว...

สุดท้ายก็กลับมาใช้วิธีพื้นบ้าน.. น้ำมันมะพร้าวหีบเย็น+กำมะถัน(สำหรับฆ่าแมลง)+ขมิ้น (ต้านอนุมูลอิสระลดอักเสบฆ่าเชื้อ) + ไพล(ลดอักเสบ ลดบวม) ผสมรวมกัน.. ป้ายพอก ป้ายพอก ใส่คอลล่ากันเลีย...
รูปภาพ
ตอนป้ายพอก ป้ายพอก

ผ่านไป 1-2 สัปดาห์.. มันก็ออกไปหมด ขนก็ขึ้น แผลก็หาย... พอกลับไปขูดผิว เรื้อนเปียกไปหมดแล้ว
(อาาแล้วฉันไปใช้ ivermec ทำไมวะเนี่ย รู้เงี้ยยอมทำหมาเหลืองดีกว่า พื้นบ้านเปื้อนขมิ้นหน่อยก็ช่างมัน.. :cry: )
สภาพตอนหาย
รูปภาพ

Credits [ภาพจาก]
http://pets.webmd.com/dogs/slideshow-sk ... s-in-dogs#
http://www.moorevet.com/allergy.htm
http://www.gsdhelp.info/paras/demodex.html
แก้ไขล่าสุดโดย ชิสุมุมห้อง เมื่อ 24 ก.ค. 2011, 10:03, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.
งานหลัก : เล่นกับหมา ดูแลหมา คุยกับหมา พาหมาไปว่ายน้ำ
งานอดิเรก : ทำงานหาเงินมาเลี้ยงหมา
งานพิเศษ : ใช้วิชาความรู้ที่เรียนมาด้าน Toxicology ตอบคำถามต่างๆเกี่ยวกับความเป็นพิษและฤทธิ์ของยา
ภาพประจำตัวสมาชิก
ชิสุมุมห้อง
โกลเด้นแก่เอาแต่นอน
โกลเด้นแก่เอาแต่นอน
 
โพสต์: 392
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.ย. 2005, 22:48
ชื่อน้องหมา: Latte'

Re: เมื่อหมาฉันเป็น "ภูมิแพ้!!!?" [ 1 ใน 3 โรคยอดฮิตของเด้น]

โพสต์โดย ชิสุมุมห้อง เมื่อ 02 ต.ค. 2010, 17:50

ไม่ว่าเรื้อนเปียก ยีสต์ รา สาเหตุส่วนหนึ่ง ก็มาจาก ภูมิแพ้ เพราะถ้าภูมิคุ้มกันของสุนัขคุณดีโรคพวกนี้ก็จะไม่เกิด

การดูแลรักษา
- ปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้หมาคุณหายขาดจากโรคผิวหนังพวกนี้ได้คือ

"คุมอาการภูมิแพ้ของหมาคุณให้ได้ แล้วที่เหลือภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติจะกลับมาเอง"

การคุมอาการแพ้ มีตั้งแต่การให้ยาบางกลุ่มที่ช่วยลดอาการไวต่อสิ่งที่แพ้ อาจเป็นกลุ่มกดภูมิคุ้มกัน/ต้านอักเสบ อย่าง steroid (ขอไม่บอกชื่อยานะคะ เพราะกลัวว่าจะมีการไปซื้อมาให้สุนัขทานเองโดยพลการ การให้ยากลุ่มนี้ควรให้ผ่านมือสัตว์แพทย์เท่านั้น) ยาต้าน histmine (สารที่หลั่งออกมาเมื่อเกิดภูมิแพ้) ง่ายๆคือ เป็นการรักษาไปตามอาการ และรักษาที่ปลายเหตุ (เพราะคุณจะต้องพึ่งยาตัวนั้นไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหาให้เจอว่าสุนัขแพ้อะไร) และระยะยาวย่อมมีผลข้างเคียงแน่นอน

ในโลกนี้ยาที่ไม่มีผลข้างเคียง ไม่มีค่ะ ขนาดอาหารกินเยอะไปยังเป็นโทษมากกว่าเป็นประโยชน์เลย จริงไหม? :x

- การหาสาเหตุของการแพ้มาให้ได้ ปกติหลักๆ แล้วภูมิแพ้ที่เกี่ยวข้องกับสภาพผิวหนังมี 3 ประเภทใหญ่ๆ "แยกตามสาเหตุ"
คือ

1) Food Allergy ( การแพ้อาหาร)
- แพ้ได้ตั้งแต่สารกันเสียในอาหาร จนถึงวัตถุดิบของอาหารเอง วัตถุดิบที่ทำอาหารและยอดฮิตของการแพ้ คือ เนื้อวัว ผลิตภัณฑ์จากนม ข้าวสาลี รวมถึงเนื้อแกะ (อย่านึกนะว่ามันไม่มีหมาตัวไหนแพ้เนื้อแกะ เหอะๆ) เนื้อไก่ ข้าวโพด และ ถั่วเหลือง ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น กลูเตน (โปรตีนถั่วเหลือง)

ขึ้นอยู่กับตัวสุนัขแต่ละตัวเลยค่ะ แต่โอกาสแพ้ปลา และเนื้อหมู จะค่อนข้างน้อย สังเกตุง่ายๆ.. ไม่มีอาหารสำหรับ sensitive skin สูตรไหนกล้าเคลมว่า "Non-allergenic" (ไม่มีสารก่อภูมิแพ้) แต่เขาจะบอกว่า "Hypo-allergenic" (โอกาสเกิดภูมิแพ้ต่ำ)

และเชื่อไหมคะ ตามหลักสถิติแล้ว Food allergy รักษาง่ายที่สุด โอกาสการกลับมาเป็นอีกน้อยมาก ถ้าหากคุณเจอว่าสุนัขคุณแำพ้อาหารกลุ่มไหน และพบน้อยแต่จะพบพ่วงกับอาการแพ้อย่างอื่น

2) Flea Allergic Dermatitis, FAD ( การแพ้อันเนื่องจากเห็บและหมัด)

ตรงตัวค่ะ จะบอกว่า การแพ้จากเห็บและหมัด สุนัขบางตัว หมัดกัดนิดเดียวก็ไข้ขึ้น แพ้ ขนร่วง ที่เราเรียกว่าแพ้น้ำลายหมัดนั่นละค่ะ แต่ในหมัดนอกจากมีน้ำลายแ้ล้วยังมีเชื้อโรคอยู่ด้วย ทำให้ภูมิคุ้มกันของสุนัขเกิดการทำงานแล้วก็ทำให้เกิดภูมิแพ้
ถ้าเกิดว่าคุณแกวะขนสุนัขแล้วเจอลักษณะก้อนดำๆ เล็กๆ ติดอยู่บริเวณขนเป็นกลุ่มๆ หย่อมๆ นั่นคือ "ขี้เห็บ" ลองเอาไปบี้กับกระดาษทิชชู่ชื้นๆ เปียกๆ จะมีลักษณะเลือดแห้งๆ ละลายออกมาเป็นทางๆ ตามรอยบี้ อันนั้นชัวร์ มีหมัดอยู่ในสุนัขแน่นอน ไม่ต้่องรอให้เจอตัวหมัดหรอกค่ะ.. แค่สังเกตุก็สามารถพบสาเหตุแล้ว

รูปภาพ
ยิ่งแถวๆนั้นมีรอยตุ่มๆ แดงๆ เหมือนโดนกัด... สันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจมีหมัดมาบุกบ้าน สุนัขบางตัวแพ้ชนิดที่ว่าบริเวณที่โดนกัดขนร่วงลงไปเป็นหย่อมๆ ผิวหนังด้านขึ้น

หมาที่เป็นภูมิแพ้เห็บหมัด จะไม่ค่อยมีขนร่วงบริเวณส่วนหัวหรือส่วนหู
วิธีแก้.. ก็ป้ายยาแก้อักเสบ ทานยาฆ่าเชื้อ (ให้หมอจ่ายนะคะ ) แล้วก็...ช่วยกำจัดหมัดให้รอบบ้านจะดีมาก บางทีถ้าบริเวณบ้านเป็นแหล่งชุมนุมหมาแมวจรจัด อาจจะต้องเผื่อแผ่การจัดการปรสิตให้นอกบ้านด้วย

3) Atopic or allergic Inhaled Dermatitis
Atopic เป็นอาการแพ้ที่มาจากการสูดดมสาร ต่างๆ ซึ่งปกติแล้วสุนัขสายพันธุ์ที่มักจะเป็น Atopic ได้แก่ เทอร์เรีย บีเกิล, กลุ่ม retriever ( โกลเด้น แลบ แฟลต) เซตเทอร์ ลาซ่าแอปโซ่ มินิเจอร์ชเนาเซอร ชิสุ ปั๊ก ค๊อกเกอร์ บ๊อกเซอร์ ดัลเมเชียน ชาไป่...
(น่ากลุ้มจริงๆ ทำไมโกลเด้นมันอยู่ไปซะทุกตารางของภูมิแพ้...)

อาการของกลุ่มนี้คือ ครั้งแรกที่สัมผัส ไม่แพ้ไม่มีการตอบสนองใดๆ แต่ร่างกายจะสร้างภูมิต้านทานสิ่งที่สัมผัสครั้งนั้น ทำให้การสัมผัสครั้งต่อไปเกิดการแพ้เกิดขึ้น ความรุนแรงขึ้นอยู่กับแต่ละตัวเป็นหลักค่ะ โดยปกติแล้วสารก่อภูมิแพ้กลุ่มนี้จะเป็นได้ตั้งแต่ ฝุ่นละออง ไรฝุ่น เกสร ต้นหญ้า พุ่มไม้ ขนนก รา น้ำยาถูืพื้น

ถ้าไม่นับการแพ้จากเห็บและหมัด Atopy dermatitis เป็นสาเหตุซะเกินกว่า 90% ค่ะ และอย่างที่บอก...
Atopic ไม่ค่อยได้มาเีดี่ยวๆ มันจะพ่วงมากับ Food allergy ( การแพ้อาหาร) ประจำ



4) กลุ่มอื่นๆ
นอกจากสามกลุ่มใหญ่ที่บอกมา ยังมีสาเหตุอื่นๆที่เกิดภูมิแพ้ได้อีก เช่น
4.1) ยาบางชนิด
4.2) แบคทีเรียบางกลุ่ม
4.3) ความผิดปกติของฮอร์โมน และความผิดปกติของต่อมไทรอยด์
4.4) contact Dermatitis จากการสัมผัสสารบางประเภท เช่น น้ำยาถูพื้น เส้นใยบางชนิด ผลิตภัณฑ์ขัดเงาพื้น
4.5 อาการผิดปกติของฮอร์โมนบางกลุ่ม เช่น ไทรอยด์ ต่อมหมวกไต ต่อมพิตูอิตารี และฮอร์โมนจากอวัยวะเพศ เคยเจอใช่ไหมคะที่หมาเป็นภูมิแพ้บางตัวพอทำหมันแล้วอาการจะดีขึ้น ก็สันนิษฐานได้ว่าภูมิคุ้มกันเขาไวเกินไปมาจากฮอร์โมนนั่นเอง
ส่วนมากหมาที่มีปัญหาภูมิแพ้มาจากฮอร์โมนผิวหนังจะเปลี่ยนสีไปและมีลักษณะหนาหรือบางผิดปกติ แต่ที่แตกต่างจากภูิิมิแพ้ผิวหนังทั่วไปคือจะไม่ค่อยมีอาการคันค่ะ
รูปภาพ

* ไคตินและไคโตซานมีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อราและยีสต์ แต่ใช่ว่าจะไม่มีหมาที่แพ้... ลาเต้แพ้แชมพูยี่ห้อหนึ่งที่มีส่วนประกอบของไคโตซาน ใช้แล้วก็แดงทั้งตัว อนิจจาชีวิต...

** มีน้องหมาโกลเด้นตัวนึง แพ้น้ำยาถูพื้น พอเปลี่ยนมาถูพื้นด้วยน้ำเปล่า การแพ้ก็หายไป...

*** ยาบางชนิดที่ใช้ก็ทำให้เกิดอาการแพ้ในสุนัขได้ ไม่ว่าจะเป็นยาที่อยู่ในรูปวัคซ๊นหรือยากินก็ตาม เป็นเหตุให้เวลาพาสุนัขไปรับบริการจากคลีนิคสัตว์แพทย์ พอจัดการฉีดยาเสร็จไม่ต้องรีบกลับก็ได้ค่ะ ให้รอดูอาการซักระยะนึงก่อน ถ้าหากมีอาการแพ้จะได้จัดการรักษาได้ทันเวลา (เนื่องจากถ้าเป็นการแพ้แบบฉับพลัน การรักษาได้ไวจะลดอัตราการตายของหมาได้สูง)

Acute moist dermatitis Or Hotspot

Hotspot เป็นอาการหนึ่งที่บอกให้รู้ว่าสุนัขของคุณเป็นภูมิแพ้ อาการก็แสบ ร้อน สมชื่อของมัน เกิดจากการที่มีการบวมของผิวหนังอันเนื่องมาจากมีการหลั่งสารย่อยสลายโปรตีนของภูมิคุ้มกัน สาเหตุของ Hot spots เกิดมาได้หลายสาเหตุ ตั้งแต่ต่อมก้นอักเสบ ความอับชื้น เรื้อน การกรูมมิ่งแล้วสุนัขแพ้สิ่งที่ใช้ในการกรูม การติดเชื้อ หรือข้ออักเสบ ส่วนมาก โกลเด้นและแลบราดอร์รวมถึง เซนต์เบอร์นาด,คอลลี่,อัลเซเชียนจะมีโอกาสเป็นมากกว่าสายพันธุ์อืื่นๆ

รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย ชิสุมุมห้อง เมื่อ 17 พ.ค. 2015, 12:34, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.
งานหลัก : เล่นกับหมา ดูแลหมา คุยกับหมา พาหมาไปว่ายน้ำ
งานอดิเรก : ทำงานหาเงินมาเลี้ยงหมา
งานพิเศษ : ใช้วิชาความรู้ที่เรียนมาด้าน Toxicology ตอบคำถามต่างๆเกี่ยวกับความเป็นพิษและฤทธิ์ของยา
ภาพประจำตัวสมาชิก
ชิสุมุมห้อง
โกลเด้นแก่เอาแต่นอน
โกลเด้นแก่เอาแต่นอน
 
โพสต์: 392
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.ย. 2005, 22:48
ชื่อน้องหมา: Latte'

Re: เมื่อหมาฉันเป็น "ภูมิแพ้!!!?" [ 1 ใน 3 โรคยอดฮิตของเด้น]

โพสต์โดย ชิสุมุมห้อง เมื่อ 02 ต.ค. 2010, 20:23

ฉันจะรู้ได้ยังไงว่าหมาฉํนแพ้อะไร :?:
ตามปกติแ้ล้วการแพ้จะมีหลักการทดสอบโดย

1) ทดสอบผ่านเลือด (RAST) TEST & ELISA test
RAST เป็นการทดสอบการแพ้ผ่านระบบภูมิคุ้มกัน ที่ื่ชื่อว่า IgE ( Immunoglobulin E) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดการแพ้ทีมีอยู่ในเลือดสุนัขนั่นเอง การวัดระดับ IgE จะต้องใช้ความเชี่ยวชาญทางห้องแลปตรวจ ข้อดีคือไม่ต้องวางยาสลบ ไม่เจ็บไม่ต้องใส่สารกระตุ้มภูมิแพ้ให้สุนัข

ผลของการทดสอบแบบ RAST
รูปภาพ

ข้อเสียคือเกิดสิ่งที่เรียกว่า False Positive หรือการเกิดผลปลอมได้ ถ้าเทียบกับอีกวิธีนึง เพราะการเอาเลือดออกมาทดสอบ หากการเจาะผิดพลาดก็ทำให้ผลการทดสอบเหวี่ยงได้แล้ว

2) Intradermal skin Test (IDST)
เป็นการทดสอบโดยฉีดสารก่อภุมิแพ้ที่สงสัียลงไปใต้ผิวหนังสุนัข แล้วก็ดูการเกิดภูมิแพ้ โดยการฉีดจะทำทุก 15 min และ 30 min ตามลำดับ ระหว่างนั้นจะต้องงดยาภูมิแพ้ที่กินอยู่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับตัวยา (ถ้าใช้ steroid ก็งด 1 เดือน ถ้าใช้ anti-histamin ก็งด 10 วัน ก่อนทำ)

รูปภาพ
Credit : http://www.vet.utk.edu/dermvet/atopy.php


ข้อดีคือ ผลชัดเจน 100%
้ข้อเีสีย อาจจะต้องวางยาซึมหรือยาสลบ ต้องโกนขนหมา และเมืองไทยหาคนมือนิ่งทำวิธีนี้ยากพอควร สภาพตอนเทสต์ไม่น่าดูเลยทีเดียว ที่สำคัญ แพง และไม่ได้ทำหนเดียว เพราะการทดสอบการแพ้ทำกัน 48 ตัวอย่างขึ้นไป เพราะงั้นก็ โกนกันทั้งสองฟากท้องละค่ะ :cry:

(ตอนที่อรเทสต์ให้ลาเต้ ตอนนั้นก็ทำเองหมดทุกอย่าง แต่ตัดใจทำจนครบไมได้เหมือนกันค่ะ เลยลองตัวที่สงสัยอยู่แล้วว่าจะแพ้และต้องการ confirm เท่านั้น :cry: )

3) สังเกตุเองจากเจ้าของ

ถ้าสงสัยว่าจะแพ้อาหาร ก็ค่อยๆ ลองเปลี่ยนอาหารแบบไม่ให้มีส่วนผสมซ้ำเดิมเพื่อดูอาการแพ้ ดูจากฉลากอาหารของสุนัขที่เคยทานมาและแพ้ หาสิ่งที่เหมือนกันและค่อยๆ ขีดฆ่าออกไปเรื่อยๆ

ถ้าสงสัยว่าจะแพ้ฝุ่น แพ้อากาศ ก็ให้ทำความสะอาดบ้านบ่อยขึ้น เอาิบริเวณที่สุนัขนอนไปทำความสะอาดและตากแดด และดูอาการว่าดีึขึ้นไหม ?

ข้อดีคือ ประหยัด ไม่เปลืองเงิน (ยกเว้นการเปลี่ยนอาหาร ก็น่าจะเปลืองอยู่)
ข้อเสียคือ ช้าและเจ้าของต้องเอาจริงเอาจังกับการสังเกตุจริงๆ

รู้ว่าแพ้แล้วจะดูแลยังไง :?: ทำไมลาเต้ถึงหายจากการแพ้อาหารบางชนิดได้ :?:

- ไม่ให้สัมผัสกับสิ่งที่แพ้ ง่ายที่สุด ค่ะ พยายามลดการสัมผัสกับสิ่งที่ทำให้สุนัขแพ้ให้ได้นานๆ ยาวๆ ที่สุด

- ให้ยาควบคุมอาการ โดยคุยกับคุณหมออย่างละเอียดเกี่ยวกับยาแต่ละตัว ถ้าอาการหนักจริงๆ การให้ยาเป็นทางเลือกที่ดีค่ะ แต่ต้องทำควบคู่ไปกับการดูแลสุนัขด้านสภาพแวดล้อมด้วย

- การให้อาหารเสริมกลุ่ม Fatty acid คุณภาพดี เน้น Omega 3, 6 ที่ช่วยในเรื่องการลดอักเสบ สบายๆ ก็น้ำมันปลาที่ค่อนข้างดีหน่อยอย่าง OFA หรือจะให้ยี่ห้อื่นก็ได้ แต่ควรจจะมี Omega 3 ชนิด ที่เรียกว่า Eicosapentaenoic acid (EPA) และ Omega-6 ก็ควรจะมี Linoleic acid (LA) เป็นส่วนประกอบ เพราะทั้งสองตัวนี้ช่วยในด้านการแพ้ของผิวหนังโดยตรง
อัตราส่วนของ Omega 6 : Omega 3 ควรจะเป็น 10:1 to 5:1 จะได้ผลค่อนข้างดีค่ะ

น้ำมันปลามีส่วนประกอบของ Omega 3 (EPA & DPA สูง) แต่น้ำมันทานตะวันมี ส่วนประกอบของ Linoleic acid (LA) สูง
ปกติถ้าทานอาหารที่มาจากปลา มักจะไม่ค่อยขาด Omega 3 อยู่แล้วค่ะ แต่ omega 6 ที่อาจจะหายากกว่า

ตอนนี้ที่บ้านให้ ลาเต้กินน้ำมันทานตะวันอยู่วันละ 1 ช้อนชาค่ะ lol ว่าจะลองน้ำมันมะพร้าวหีบเย็นดู แต่ขออ่านเอกสารนานๆ ก่อน lol

- ออกกำลังกาย... เหมือนกับคน พาไปวิ่งเล่น ทำให้หมาอารมณ์ดี ทำให้คนอารมณ์ดี ภูมิคุ้มกันก็ไม่เพี้ยน ว่ายน้ำสัปดาห์ละหน หรือจะเดินเล่นประจำวันก็ได้ กระตุ้นภูมิคุ้มกันเพื่อให้กลับมาเข้าที่เข้าทาง (และที่สำคัญ ทำให้หมาไม่เซ็ง กลับมาบ้านก็นอนตายเป็นหมาเรียบร้อย)

- หลังจากผ่านไประยะเวลา 3-6 เดือนที่หมาไม่เกิดการแพ้ กรณีที่แพ้อาหาร ให้ลองทานอาหารที่เคยแพ้ดู ต้องเข้าใจอย่างนึงว่า ภูมิคุ้มกันไม่ได้อยู่ค้ำฟ้านะคะ เม็ดเลือดขาวกลุ่มที่สร้าง Immunglobulin E ( IgE ) ที่เป็นต้นเหตุของอาการภูมิแพ้ อาจจะมีการผลัดเปลี่ยนเซลล์ไปแล้ว และเม็ดเลือดขาวรุ่นใหม่ที่สร้างตัว IgE ตัวนี้อาจจะไม่ได้ไวต่ออาหารกลุ่มเดิมก็ได้
อันนี้ทดลองกับบ้านตัวเอง ปัจจุบัน ลาเต้ทานไก่ได้โดยไม่มีอาการแพ้แล้ว (แต่อาจมีการถ่ายเหลวนิดหน่อย) ตอนนั้นลองหลังจากเปลี่ยนอาหาร 6 เดือน ยังมีอาการแพ้อยู่ ก็โอเค งดให้ แล้วหลังจากนั้นอีก 6 เดือน ลองทดสอบอีกหน จนถึงปัจจุบัน ลาเต้สามารถทานไก่ได้บ้าง (ตอนที่ให้ ให้สันในไก่ของ s-pure ค่ะ.. แบบว่าคิดว่ามันเซฟสุดแล้วยไม่มีสารปนเปื้อนอย่างอื่นมาด้วย)

* วิธีนี้ใช้กับการรักษาคนที่แพ้ยาเพนนิซิลิน แล้วการแพ้ดีขึ้น เลยเอามาประยุกต์ใช้กะหมา :lol:

ปัจจุบัน ลาเต้แพ้น้อยลง แต่ไม่ได้หายไปหมด ตัวที่แพ้แบบ atopic ก็ยังมีแพ้อยู่บ้างพวกเกสร หญ้า ไรฝุ่น ส่วนอาหารก็จะเป็นพวก กลูเตน เนื้อวัว ข้าวโพด ถั่ว อันนี้ก็ยังแพ้อยู่

- steroid และ Anti-histamine ให้เท่าที่จำเป็น และต้องหนักจริงๆ ถึงจะให้ หากมีการบวมแดง ที่บ้านจะป้าย ว่านหางจระเข้(เอาเปลือกออกแล้วใช้ส่วนเป็นวุ้นปาดๆ ) แล้วพ่น nano-wound ทับเอา ถ้า hotspot จะให้ควบคู่ไปกับทานยาฆ่าเชื้อ แล้วก็ดูอาการ

ถ้าีมีอาการแดงๆ หรือเหมือนจะมีการติดเชื้อ จะใช้ขมิ้นชันผสมน้ำมันมะพร้าวป้าย แล้วก็รอดูอาการ (ปัจจุบันมี curcumin 1% สำหรับสัตว์เลี้ยงให้ใช้ จากการใ้ช้ดูผลค่อนข้างดีทีเดียวค่ะ)

- ส้ม, สัปปะรด, แอปเปิ้ล สลับกันวันละ 1/4 ลูก อันนี้เอาวิตามินซีให้ เผื่อมันจะดีขึ้นบ้าง... บางทีก็ anti-oxidant supplement ตัวอื่นๆ สลับๆ กันไป เอา dose คนกิน หาร 4 แล้วก็ให้

* เป็นกำลังใจให้คนที่มีน้องหมาเป็นภูมิแพ้นะคะ สิ่งที่ต้องการคือความอดทนเจ้าของ ให้คิดว่าเราเป็นเจ้าของ เป็นฝ่ายเอาเขาเข้ามาเลี้ยง สิ่งที่เกิดขึ้นมันมาจากความซวยของเขา ไม่ได้สิ่งที่เขาต้องการที่จะเป็น *
แก้ไขล่าสุดโดย ชิสุมุมห้อง เมื่อ 16 พ.ค. 2015, 08:10, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
งานหลัก : เล่นกับหมา ดูแลหมา คุยกับหมา พาหมาไปว่ายน้ำ
งานอดิเรก : ทำงานหาเงินมาเลี้ยงหมา
งานพิเศษ : ใช้วิชาความรู้ที่เรียนมาด้าน Toxicology ตอบคำถามต่างๆเกี่ยวกับความเป็นพิษและฤทธิ์ของยา
ภาพประจำตัวสมาชิก
ชิสุมุมห้อง
โกลเด้นแก่เอาแต่นอน
โกลเด้นแก่เอาแต่นอน
 
โพสต์: 392
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.ย. 2005, 22:48
ชื่อน้องหมา: Latte'

Re: เมื่อหมาฉันเป็น "ภูมิแพ้!!!?" [ 1 ใน 3 โรคยอดฮิตของเด้น]

โพสต์โดย NaNo เมื่อ 02 ต.ค. 2010, 22:14

ขอบคุณสำหรับอีกหนึ่งบทความดีๆนะ แล้วจะรอบทความต่อๆไป ฮ่าๆ

ริชชี่ก็เป็นหนึ่งในหมาภูมิแพ้เช่นกัน ก้มหน้าก้มตาหาวิธียับยั้งแต่ละเรื่องกันต่อไป ปีนี้คุมได้ดีที่สุดตั้งแต่เลี้ยงริชชี่มาแล้วนะเนี่ย แอบดีใจอยู่คนเดียวเล็กน้อย ^^"
Richie Rich & Tammie รางวัลชนะเลิศอันดับ 2 สุนัขสุขภาพดี
ภาพประจำตัวสมาชิก
NaNo
แอดมินสุดโหด
แอดมินสุดโหด
 
โพสต์: 2477
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ย. 2005, 07:08
ชื่อน้องหมา: Richie Rich & Tammie

Re: เมื่อหมาฉันเป็น "ภูมิแพ้!!!?" [ 1 ใน 3 โรคยอดฮิตของเด้น]

โพสต์โดย หม่ามี๊วีโก้(กรณิกา) เมื่อ 03 ต.ค. 2010, 15:31

เป็นบทความที่ดีมากค่ะ ขอบคุณมากนะคะน้องอร สำหรับบทความที่ดีและมีประโยชน์

แต่ที่แน่ ๆ เวลานี้คนรับใช้ของเด้นกำลังเป็นโรคภูมิแพ้ชนิดหนึ่ง คือ "ภูมิแพ้สายตาเว้าวอนอยากไปเที่ยวของชาวเด้น" โรคนี้จะรักษาอย่างไรดีนะ ใครรู้บ้าง ช่วงนี้ก็ใกล้ฤดูกาลท่องเที่ยวซะด้วยสิ อาการมันกำลังกำเริบเลย เกรงว่าจะเป็นโรคติดต่อร้ายแรงในหมู่ชาวเด้นซะด้วยสิ อิอิ :D
บักโก้ & บักเต้ พี่น้องรักกัน รักกัน
ภาพประจำตัวสมาชิก
หม่ามี๊วีโก้(กรณิกา)
โกลเด้นแก่เอาแต่นอน
โกลเด้นแก่เอาแต่นอน
 
โพสต์: 406
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 มี.ค. 2006, 13:19
ชื่อน้องหมา: วีโก้คุง-ถั่งเฉ้า

Re: เมื่อหมาฉันเป็น "ภูมิแพ้!!!?" [ 1 ใน 3 โรคยอดฮิตของเด้น]

โพสต์โดย ลิงน้อย เมื่อ 04 ต.ค. 2010, 22:49

ขอบคุณมากนะคะกับบทความดี ๆ ที่นำมาเผื่อแผ่กัน
อย่างนี้ต้องลองไปสังเกตบ้างแล้วค่ะ ว่าเขามีแพ้อะไรบ้างหรือป่าว
ภาพประจำตัวสมาชิก
ลิงน้อย
โกลเด้นผู้ใหญ่เริ่มเรียบร้อย
โกลเด้นผู้ใหญ่เริ่มเรียบร้อย
 
โพสต์: 430
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ก.ย. 2010, 11:41
ชื่อน้องหมา: Chariot & Vincent

Re: เมื่อหมาฉันเป็น "ภูมิแพ้!!!?" [ 1 ใน 3 โรคยอดฮิตของเด้น]

โพสต์โดย nampuengka เมื่อ 10 ต.ค. 2010, 22:03

ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ ได้ความรู้มาก เพราะว่าทีเจก็เป็นภูมิแพ้
มีอาการคัน ที่คาง อุ้มเท้า ขาหนีบ หู
ลองเปลี่ยนอาหารดูแล้ว ก็ยังมีอาการค่ะ คุณหมอเลยว่า ไม่ใช่ food allergy
ตอนนี้ ก็ให้ยา steriod มาให้กิน 1 อาทิตย์ แล้วก็แก้แพ้ อีก 4 อาทิตย์
ยาพ่นแบบ ใส กับ ชมพู (funginox)
บอกคุณหมอเหมือนกันว่าไม่อยากให้กิน steriod เลยค่ะ แต่คุณหมอบอกว่า ต้องกดอาการภูมิแพ้ให้ได้ก่อน

ต่อไปนี้ ต้องพยายามเช็ดบ้านให้ฝุ่นน้อยๆ เพราะอยู่ติดถนนในซอย รถเยอะทั้งวัน
เดี๋ยวพรุ่งนี้จะขอพิมพ์มาอ่านอีกรอบค่ะ
รูปภาพรูปภาพ
ยังไงก็รัก รักเธอได้ยินไม๊
ภาพประจำตัวสมาชิก
nampuengka
โกลเด้นเด็กวัยกำลังซน
โกลเด้นเด็กวัยกำลังซน
 
โพสต์: 90
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ค. 2008, 23:21
ชื่อน้องหมา: T.J. & Kenny (ทองแท่ง ไม่อยู่แล้วค่ะ)

Re: เมื่อหมาฉันเป็น "ภูมิแพ้!!!?" [ 1 ใน 3 โรคยอดฮิตของเด้น]

โพสต์โดย bchaichart เมื่อ 04 ม.ค. 2011, 21:47

เป็น.. โรคยอดฮิตเหมือนกัน
ภาพประจำตัวสมาชิก
bchaichart
โกลเด้นน้อยลืมตาดูโลก
โกลเด้นน้อยลืมตาดูโลก
 
โพสต์: 12
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 มิ.ย. 2010, 22:23
ชื่อน้องหมา: พันล้าน


ย้อนกลับไปยัง ถาม-ตอบ ปัญหาสุขภาพและการเลี้ยงดู

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 7 ท่าน

cron