ว่าด้วยเรื่องกลิ่นตัว สำหรับการเลี้ยงในบ้าน

ห้องนี้ได้รวบรวมถาม-ตอบ ปัญหาสุขภาพไว้ เพื่อนๆ สามารถ ถามคำถามเกี่ยวกับการเลี้ยงดูและสุขภาพของน้องหมาได้ค่ะ โดยจะมีเพื่อนๆ และผู้รู้ คอยไขข้อข้องใจและช่วยแก้ปัญหาให้เพื่อนๆ นะคะ
กฎการใช้บอร์ด
ห้ามตั้งกระทู้หรือโพสต์รูปที่มีเนื้อหาดังต่อไปนี้ - หากฝ่าฝืน โดนแบนทันที
1. กระทู้ที่คนทั่วไปสามารถใช้วิจารณญาณเห็นว่าไม่เหมาะสมได้อย่างชัดเจน เช่น มีเนื้อหาพาดพิงในทางที่ไม่ควรหรือล่อแหลมกับ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ศีลธรรมและการเมือง
2. กระทู้ที่มีเจตนาเพื่อซื้อหรือขายสุนัขและลูกสุนัข
3. กระทู้เกี่ยวกับหมาหาบ้านหรือหมาโดนทิ้งที่เอามาจากเว็บไซต์หรือเว็บบอร์ดอื่น
4. กระทู้ขอลูกหมาฟรี
5. กระทู้หาคู่ให้ทั้งหมาและคน หรือหาพ่อพันธุ์หรือแม่พันธุ์เพื่อผสม
6. กระทู้ที่มีเนื้อหาทำให้เกิดความแตกแยก ถกเถียงอย่างรุนแรง ด่าทอกัน
7. หากมีการตั้งกระทู้ที่ไม่ถูกห้องหรือหมวด ทาง Admin และ Mod จะทำการย้ายกระทู้นั้นๆ โดยไม่มีการแจ้งให้ทราบ หากหากระทู้ของคุณไม่เจอ ให้ลองไปหาในห้องอื่นๆ ที่ถูกต้องแทน
8. สามารถใส่รูปตรงลายเซ็นได้ไม่เกิน 2 รูป และต้องอยู่ในบรรทัดเดียวกัน หากใครใส่เกิน ทาง Admin จะทำการลบภาพที่เกินออกเองโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
9. ห้ามโพสต์รูปด้วย [img] ขนาดกว้างเกิน 600 px หรือสูงเกิน 1000 px หากแอดมินพบเจอรูปที่มีขนาดเกินจากนี้ จะทำการลบออกทันที

ว่าด้วยเรื่องกลิ่นตัว สำหรับการเลี้ยงในบ้าน

โพสต์โดย ชิสุมุมห้อง เมื่อ 30 ม.ค. 2015, 22:37

ปกติแล้วแต่ละบ้านจะมีวิธีการเลี้ยงโกลเด้นไม่เหมือนกัน เช่น บางคนกันส่วนไว้ในตัวบ้าน บางคนจำกัดพื้นที่ให้อยู่แต่นอกตัวบ้าน แต่สิ่งหนึ่งที่อรมักเจอคำถาม คำบ่น รวมถึงคนใกล้ตัวบ่นมากๆ คือ
"กลิ่นตัว" ค่ะ บางคนเดินมาลูบอีตาตัวแสบที่บ้าน แล้วก็ถามว่า เพิ่งอาบน้ำมาเหรอคะทำไมยังหอมๆอยู่
( จริงๆ คือวันที่ 3-4 แล้วกำลังจะเริ่มตุตุพอดี ฮ่าๆๆ ) คือบ้านเราเป็นเมืองร้อนเลยต้องอาบน้ำเป็นพิเศษเพราะต่อมไขมันต่อมเหงื่อที่ฝ่าเท้าจะทำงานมากผิดปกติในหมาพันธุ์เขตหนาวแบบโกลเด้น (ถ้าอยู่เมืองนอก เคยคุยกับบรีดเดอร์ที่อังกฤษ เขาบอก โกลเด้นเขาอาบน้ำ 15 วันครั้งนึง ไม่ก็เดือนละหนโน่นเลย ปกติใช้วิธีเช็ดตัวเอา :lol: อาบน้ำเดือนละ 1-2 หนพอ)

ว่ากันด้วยเรื่องกลิ่นตัวสุนัข จริงๆ ต้องบอกก่อนว่า สุนัขมีแหล่งกำเนิด "กลิ่นตุๆ" อยู่ 4 แหล่งด้วยกันนั่นคือ

1) ต่อมไขมันที่ผิวหนัง โดยเฉพาะพวกภูมิแพ้ มีปัญหาผิวหนัง กรดไขมันไม่พอ กลิ่นต่อมไขมันที่มันมีเยอะเป็นพิเศษมันจะทำให้เมื่อสัมผัสอากาศจะเกิดกลิ่น "หืนๆ "

2) น้ำลาย อันนี้เป็นที่รู้กัน ถ้าคิดว่าน้ำลายไม่เหม็น ลองให้เจ้าตัวแสบที่บ้านปาดน้ำลายใส่แขนแล้วทิ้งให้แห้งแล้วดมค่ะ :twisted: ที่สำคัญคือเราชอบลืมว่าหมาก็แต่งตัวเหมือนกันกับแมวนั่นแหละ วันดีคืนดี พวกนี้จะนั่งเลียแขนเลียขา แล้วลองสังเกตุสิคะ ไอ้คำแหน่งที่ชุ่มน้ำลายคือตำแหน่งแสนจะโชยกลิ่นออกมา

3) ปัสสาวะ/อุจจาระ อันนี้ไม่ต้องพูดถึง โดยเฉพาะถ้าเป็นพวกยืนฉี่แล้วทนให้ขาแช่ฉี่ได้ ฮ่าๆๆๆ.... :lol: หรือขนที่ก้นตอนทำธุระ แล้วมันติดอะนะ :roll:
4) ต่อมเหม็น นานๆทีจะอาละวาดแตกซะที แต่โดยปกติควรจะขับออกทุกๆ 2-3 เดือนเป็นอย่างมากนะ (ถ้าทำไม่เป็นตอนไปจัดการเรื่องถ่ายพยาธิ หรือวัคซีน หรือฉีดยาป้องกันเห็บหมัด ให้สัตว์แพทย์จัดการให้ได้ค่ะ)

ก่อนอื่นเลย วิธีจัดการกับกลิ่นพวกนี้ที่เราต้องมี คือ "วินัยเจ้าของ" ค่ะ เพราะของพวกนี้ มันเป็น routine คือ ทำทุกวัน

1) เช็คสุขภาพผิวหนังสุนัขประจำ หลายครั้งแผลติดเชื้อหรือสุนัขหรือภาวะเป็นหนองมันจะทำให้มีกลิ่นมากขึ้น แน่นอนว่าถ้าสุนัขมีปัญหาเรื่องภูมิแพ้หรือผิวหนังเป็นโรคประจำตัว กลิ่นตัวจะแรงมากขึ้นเป็นปกติอยู่แล้ว ก็จะต้องดูแลรักษาควบคู่ไปกับการจัดการอนามัยส่วนตัวด้วย

2) ทุกครั้งที่ปัสสาวะ อุจจาระเสร็จ ให้ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ หรือผ้าเช็ดตัวสัตว์เลี้ยงเช็ดตามนี้ คือ เริ่มจากเช็ดบริเวณปัสสาวะ แล้วก็เช็ดที่บริเวณก้น เพื่อดูว่ามีเศษอุจจาระมาหรือไม่ ถ้างบไม่มี กระดาษทิชชู่แบบม้วนยาวใช้ในครัว พ่นสเปรย์น้ำธรรมดานี่แหละฉีดหมาดๆ ใช้แทนกันได้

3) หลังทำธุระเสร็จ เช็ดเท้าทั้งสี่ข้างด้วยผ้าขนหนูบิด "หมาด" ไม่จำเป็นต้องให้เปียกถึงผิวหนังชั้นใน แล้วก็ผึ่งพัดลมซักแป๊บ หรือจะใช้ผ้าแห้งเช็ดเท้าตามก็ได้ ถ้าเจ้าของดูแลหมาประจำ ตัดขนใต้อุ้งเท้าให้สั้นจะทำให้แห้งง่าย ผิวหนังลดการหมักหมมของสิ่งสกปรก (ขนใต้อุ้งเท้านี่แหละตัวเก็บความชื้นทำให้หมาเป็นเชื้อราง่าย) และลดการเก็บสิ่งสกปรกเข้าตัวบ้านได้ด้วยในตัว (บ้านอรตัดขนใต้เท้าทุกๆ 7-10 วัน) นอกจากนั้นยังช่วยให้การเดินในตัวบ้านสะดวกขึ้นด้วย

4) เช็ดใต้คางทุกครั้งที่ทานน้ำเสร็จ เพราะน้ำลายจะชอบเปรอะๆ กันอยู่ตรงนั้นแล้วก็หมักหมมทำให้ขนพันเป็นสังกะตัง พอพันแล้วไม่จัดการ จะยิ่งหมักได้กลิ่นเข้าไปอีก เพาะเชื้อเข้าไปอีก รอบนี้จะกลายเป็นหมาเน่าได้ในเวลา 1 วันหลังอาบน้ำ ถ้าสุนัขทานน้ำบ่อยๆ หรือมีพฤติกรรมคว่ำชามน้ำเอาอกแช่ ให้วางชามน้ำไว้ตรงบริเวณที่เป็นตะแกรงที่คว่ำแล้วน้ำมันไหลลงไม่ค้างแทน ไม่ก็ตั้งชามน้ำไว้ตรงระดับปากสุนัขเลย (วางไว้บนเก้าอี้ หรือตัววางชามน้ำก็ได้ ไม่ให้ก้มทานน้ำจะลดโอกาสการไหลเปื้อนได้เยอะ) แล้วก็เช็ดเอาเป็นเวลา

5) แปรงขนอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง (ถ้าให้ดี 2-3 วันแปรงซะทีนึง) เพื่อดูว่ามีสังกะตังตรงไหนบ้าง โดยเฉพาะแถวๆ ข้างหู แผงคอ และขนก้น... = = บางครั้งสังกะตังนี่แหละตัวหมัก บางทีจะเห็นรอยแผลหรืออะไรในตัวสุนัขที่เราหลงหูหลงตาไปตอนแปรงขนนี่แหละ

6) หลังอาบน้ำซัก 2-3 วัน ควรเช็ดตัวให้ซัก 1 หน (จะใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำบิดให้แห้งแล้วเช็ดก็ได้ หรือจะใช้พวกผ้าเช็ดสำหรับสัตว์เลี้ยงก็ได้ แล้วแต่งบประมาณ) เวลาเช็ด บิดผ้าให้แห้งที่สุดแล้วก็ลูบไปทางเดียวกัน (แล้วแต่ตำรา บางคนบอกย้อนขน บางคนบอกตามขน) เช็ดแค่หนเดียวพอ ตรงลำตัวกับใต้ท้อง แล้วก็แถวบริเวณหน้าอกแผงคอ ไม่ต้องเช็ดซ้ำขยี้ซ้ำ 2-3 รอบ เพราะต้องการแค่เก็บพวกฝุ่นปลายขนออกแค่นั้นเอง ถ้าจะให้ดี เช็ดเสร็จแปรงขนด้วยแปรง แล้วก็ตั้งพัดลมเป่าซัก 2-3 นาทีก็พอแล้ว

7) แปรงฟันวันละหน ย้ำว่า วันละ หน ไม่ใช่ "สัปดาห์ละหน" เพราะส่วนหนึ่งที่น้ำลายสุนัขเหม็น เพราะกลิ่นปาก และหินปูนในช่องปากนั่นล่ะ การแปรงฟันช่วยลดกลิ่นปากกับกลิ่นน้ำลายได้อย่างชัดเจน ส่วนการแทะแสน็คลดหินปูนช่วยลดหินปูนได้ แต่ไม่ได้ช่วยลดคราบน้ำลายที่มันเปื้อนขนที่ปากได้ ดังนั้นถ้าคุ้มสุด แสน็ค กระดูกขัดฟัน ไม่ต้องเน้น เน้นแปรงฟันอย่างเดียวก็ช่วยได้เยอะแล้ว ทั้งเรื่องกลิ่น เรื่องความสะอาดในช่องปาก เรื่องหินปูน
ถ้าใช้แปรงสีฟันสุนัขไม่ถนัด แนะนำ.. ผ้าขนหนูฉีกเป็นริ้วๆ พันนิ้วมือ ไม่ก็ผ้าก๊อซก็ได้ ซื้อเป็ฯม้วนแล้วมาตัดยาวๆ พันนิ้ว บีบยาสีฟัน ได้ผลเหมือนกัน ซอกซอนดีกว่าแปรงสีฟันด้วย เวลาแปรงให้วนเป็นวนกลมในฟันแต่ละซี่ ไม่จำเป็นต้องกดเยอะเพราะเอนไซม์ที่ทำให้คราบพวกนี้หลุด ไม่เกี่ยวกับแรงมือที่กดค่ะ
ถ้าขี้เกียจจัดๆ จริง ๆ ตอนนี้มีตัวลดหินปูนแบบผสมในน้ำกิน ก็ผสมน้ำไปแทนก็ดี ช่วยลดกลิ่นปากได้ด้วย แต่ไม่แนะนำ รู้สึกว่ามันสู้แปรงไม่ได้

8) เช็ดหูสัปดาห์ละ 1 หน (ตอนอาบน้ำก็ได้ ) ไม่จำเป็นต้องล้างหู แค่เช็ดใบหูด้านนอกกับรูหูก็พอ ไม่ต้องซอกซอนมากถึงชั้นในให้หูสะอาดเอี่ยมอ่องนะคะ (ไม่อย่างนั้นจะได้หูอักเสบมาแทน)

9) อาบน้ำ สัปดาห์ละ 1 หน หรือ 10 วันหน ยกเว้นสัปดาห์ที่หยดหลังกำจัดเห็บหมัด ถ้าใช้วิธีฉีดยาฆ่าเห็บแทน ก็อาบไปได้เลยสัปดาห์ละหน เวลาอาบ ควรจะหมักแชมพูอย่างน้อย 10-15 นาที แชมพูควรผสมน้ำก่อนค่อยลงตัวสุนัข
ส่วนมากที่อาบแล้วกลิ่นไม่ติดเหราะไม่ได้หมัก ใจร้อนรีบเทน้ำลงไปก่อน
ถ้ากลัวสุนัขหนาว แนะนำค่ะ ที่บ้านโซนที่อาบน้ำสุนัข (ปกติอาบที่สระว่ายน้ำค่ะ แต่ก็มีโซนอาบน้ำหมาอยู่ที่บ้านด้วย) จะเป็นโซนอับลมแล้วมีแดดส่องด้วย = =+ ตอนหมักถ้ากลัวหนาวก็เอาไปผึ่งแดดแล้วก็นวดๆ ตัวหมาไป พอรู็สึกว่าเออ เริ่มร้อนก็ดึงกลับมาที่ร่ม (แต่โกลเด้นไม่ค่อยม่ีปัญหาหนาวนะ มีแต่กลัวร้อนมากกว่า)

10) ปกติแล้วหลังอาบน้ำ ถ้าผ่านไป 1 วันกลิ่นเริ่มมา ให้เดินไปเช็คสภาพผิวหนังก่อนเลยว่ามีอักเสบหรือภูมิแพ้หรือไม่ เพราะปกติวันแรกหลังอาบน้ำหมาที่ผิวหนังปกติจะไม่ค่อยเหม็น ถ้าเหม็นทันที ให้สงสัยผิวหนัง กับอาหารก่อนเลย บางครั้งไขมันในอาหารสุนัขนี่แหละที่ทำให้สุนัขมีการขับความมันผิดปกติออกจากต่อมไขมันทำให้ส่งกลิ่นหืนๆ ออกมา (ถ้าเป็นกรณีนี้การเปลี่ยนแหล่งของไขมันจากอาหารก็ช่วยได้ )

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนได้กอดโกลเด้นหอมๆ แม้จะเป็นวันที่ 5-7 หลังอาบน้ำค่ะ :D

ปล. ตั้งแต่เลี้ยงโกลเด้นมา เข้าปีที่ 10 มีเพื่อนสนิทคนนึงอยากเลี้ยงมาก มาบ่นมาตลอดค่ะเห็นบ่นทุกทีที่โพสต์รูปลาเต้ลง FB ทางนี้ยังบบอกเลยว่า เลี้ยงแล้วไอ้งานอดิเรกพวกเล่นเปียโน ดูหนัง ฟังเพลง ไปคอนเสิร์ต เนี่ย งดไปได้เลย แค่เอาเวลามาวุ่นวายกะไอ้หมาตัวนึงเนี่ยก็กินเวลางานอดิเรกไปหมดแล้ว จะออกไปทีนึงต้องเซ็ตวันล่วงหน้าด้วยนะ ฮ่าาา
งานหลัก : เล่นกับหมา ดูแลหมา คุยกับหมา พาหมาไปว่ายน้ำ
งานอดิเรก : ทำงานหาเงินมาเลี้ยงหมา
งานพิเศษ : ใช้วิชาความรู้ที่เรียนมาด้าน Toxicology ตอบคำถามต่างๆเกี่ยวกับความเป็นพิษและฤทธิ์ของยา
ภาพประจำตัวสมาชิก
ชิสุมุมห้อง
โกลเด้นแก่เอาแต่นอน
โกลเด้นแก่เอาแต่นอน
 
โพสต์: 392
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.ย. 2005, 22:48
ชื่อน้องหมา: Latte'

Re: ว่าด้วยเรื่องกลิ่นตัว สำหรับการเลี้ยงในบ้าน

โพสต์โดย ชิสุมุมห้อง เมื่อ 31 ม.ค. 2015, 12:04

แชมพูกับกลิ่นตัว 8-)

ก่อนจะทำความเข้าใจกันเรื่องแชมพู ต้องทำความเข้าใจกับรูปแบบขนและสายพันธ์ของโกลเด้นก่อนค่ะ

- ขนของโกลเด้นมีสองชั้น เพราะโกลเด้นเป็นสุนัขเก็บเหยื่อที่อยู๋ในน้ำ ดังนั้นการชอบนำเป็นเรือ่งปกติอยู่แล้ว และเป็นขนลักษณะพิเศษ เรียกว่า water-repellent coat เป็นขนที่เปียกน้ำยาก (แต่ไม่ใช่ไม่เปียก ) กล่าวคือขนแบบนี้จะมีการเคลือบน้ำมันที่ขน (น้ำมันที่เคลือบก็จากต่อมไขมันที่ผิวหนังนั่นล่ะค่ะ)
- สายพันธุ์นี้ แห้งได้ง่าย ถ้าดูแลเป็น เพราะขนไม่เปียกน้ำ ถาไม่ได้ลุยน้ำ แช่นานๆ ใช้ผ้าหมาดๆ เช็ดตัวแป๊บๆ เป่าพัดลม 15 นาที สะอาดแล้ว ถ้าไม่ซีเรียสเรื่องว่ายน้ำออกกำลังกายทุกสัปดาห์ จะอาบแชมพูแห้งยังได้เลย = =;

ดังนั้น โดยปกติสุนัขแบบนี้ เราจะไม่ค่อยอาบน้ำบ่อยนัก (เน้นเช็ดตัวมากกว่า) เมืองนอกอาบเดือนละหนด้วยซ้ำ แต่เนื่องจากบ้านเรามันเมืองร้อน แล้วเราก็มักจะทนกลิ่นตัวของหมาไม่ค่อยได้ (การมีต่อมไขมันที่เคลือบขน ก็หมายถึงมีไขมันเยอะกว่าชาวบ้านนั่นเอง ดังนั้นกลิ่นหืนๆ ของไขมัน เวลาเจออากาศร้อน ส่งกลิ่นออกมาก็.. บอกได้เลยปกติ)
ประเด็นคือ เมื่อโกลเด้นมาอยู่ที่เขตร้อน ปัญหาจะอยู่สองจุด คือ ต่อมไขมันผลิตมากเกินไป จนทำให้เกิดภาวะติดเชื้อราได้ง่าย โดยเฉพาะพวกชอบคลุกที่ชื้น อยู่ในห้องน้ำ เมื่อไขมันเจอความชื้น ภูมิคุ้มกันผิวหนังไม่ดี สิ่งที่เกิดขึ้นคือ รา กับยีสต์

ดังนั้นการดูแลสุนัขโกลเด้นเรื่องความชื้นในประเทศเขตร้อนเพื่อหลีกเลี่ยงโรคผิวหนัง เป็นเรื่องสำคัญอันดับแรกๆ ของเจ้าของ

-> ถ้าสุนัขคุณชอบนอนในห้องน้ำ ที่ชื้นแฉะ คลุกโคลนเล่นประจำ คว่ำชามน้ำเอาอกทับ แช่ปลักอยู่ในแอ่งน้ำ โดยไม่ได้มีการเป่าขน เช็ดตัวให้แห้ง เพราะเจ้าของไม่ดูแล แล้วมีการโอดครวญว่าตัวเหม็น เป็นโรคผิวหนัง ให้เจ้าของพิจารณาตัวเองก่อนเลยค่ะ

-> เชื้อรา กับยีสต์ เป็นแล้วหายขาดยากมาก ยาที่กินก็มีผลกับตับและไต รวมถึงค่ารักษาต่อเนื่องสูงมาก ถ้ารักสุนัข รักเงินในกระเป๋าตัวเอง การดูแลเรื่องความชื้น กับโกลเด้นเป็นเรื่องสำคัญ

-> การจัดการเรื่องแชมพู อาบน้ำประจำสัปดาห์ สำคัญน้อยกว่าการดูแลในแต่ละวันด้วยซ้ำ บ่อยครั้งเจอถามบ่อยมากว่าแชมพูอะไรติดแน่นทนนาน = =; ถ้าดูแลความสะอาดประจำวันไม่ได้ ไม่เกินสามวัน ติดแน่นทนนานแค่ไหน ก็เอาไม่อยู่ค่ะ

เรื่องแชมพู
แชมพูไม่สำคัญเท่าวิธีอาบน้ำนะ...อันนี้ความเห็นจากประสบการณ์ค่ะ
1) การเลือกแชมพู เนื่องจากโกลเด้นเป็นสายพันธุ์ที่ขนชั้นนอกเปียกน้ำยาก (ไม่ใช้คำว่ากันน้ำ) ดังนั้นแชมพูที่ใช้ควรมีคุณสมบัติดังนี้
-> สามารถละลายไขมันได้ในระดับหนึ่ง และแน่นอน ไม่ใช่แชมพูคน เพราะค่า pH ผิวหนังพวกนี้อยู่ที่ 7.0-7.4
-> จะมีน้ำหอมผสมหรือไม่ขึ้นกับตัว บางตัวก็แพ้น้ำหอม และการมีน้ำหอมถ้าเจ้าของไม่ดูแลรายวันประจำ มีแค่ไหนก็เหม็นอยู่ดี = =; เพราะต่อมไขมันที่ขนจะขับไขมันออกมาเคลือบขนอยู่แล้ว

2) การอาบรอบแรก ควรอาบและหมักซัก 5-10 นาที โดยผสมแชมพูกับน้ำเปล่าแล้วก็อาบตัวสุนัข บางคนจะไม่ชอบวิธีนี้เพราะบอกว่าฟองไม่มี ประเด็นที่คุณควรทราบคือ ฟอง เป็นแค่ "ความรู้สึกสะอาด" ของคนใช้ ไม่ใช่ความสะอาดจริงๆ และสาร SLS ที่ใส่ลงไปในแชมพูหรือสารประกอบใดๆก็ตาม มีรายงานผลมาแล้วว่า ในคนและสุนัข บางคน สารกลุ่มนีทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนด้วยซ้ำ (ดังนั้นคงไม่ต้องถามแล้วว่าทำไมให้ผสมน้ำก่อนใช้ อย่าลงแชมพูในตัวสุนัขโดยตรงเพราะจะทำให้มีสารตัวนี้มากเกินไป)

หลังจากนั้น ก็ทำการอาบรอบที่สอง ถ้ามีแชมพูยา หรือรักษาผิวหนัง ให้ทำการอาบและหมักในขั้นตอนนี้ อย่าหมักในการอาบครั้งแรก ยกเว้นจะระบุเอาไว้ในฉลากการใช้แชมพูยาดังกล่าว
เพราะแชมพูยากลุ่มนี้จะได้ผลดีมาก เมื่อทำการชะไขมันที่เคลือบผิวสุนัขออกก่อนแล้ว

การหมัก กรุณาหมักขั้นต่ำ 15 นาที ระหว่างที่หมัก ก็นวดๆ เกาๆ ขนสุนัขไปแก้เซ็ง แป๊บๆ ก็ครบแล้ว 15 นาที แล้วค่อยล้างออก

ถ้าจะใช้คอนดิชันเนอร์ ครีมนวด ก็ให้ใช้ในการอาบรอบนี้ (โดยส่วนตัวแล้ว ใช้ไม่ใช้สำหรับลาเต้มันค่าเท่ากันในเรือ่งกลิ่นตัวนะ) เพื่อชดเชยไขมันส่วนที่ชะล้างไปจากการอาบน้ำรอบแรกเพื่อให้ขนไม่พันกัน

3) หลังอาบน้ำ เป่าแห้งเสร็จ อาจจะมีการใส่น้ำมัน ซีรัม เพื่อช่วยชดเชยไขมันที่สูญหายไปก็ได้ (ที่บ้านอรใช้สเปรย์ สลับกะแชมพูแห้ง แล้วก็กินน้ำมันปลาเอา ) ขึ้นกับงบประมาณและความสะดวกแต่ละบ้าน ถ้าจะเอาดับกลิ่นดีๆ ก็ใช้กลุ่มน้ำมันมีกลิ่นหน่อยอย่างน้ำมันกลิ่นส้มดับกลิ่นเอา (แต่ดับได้ไม่นานหรอก = =')
งานหลัก : เล่นกับหมา ดูแลหมา คุยกับหมา พาหมาไปว่ายน้ำ
งานอดิเรก : ทำงานหาเงินมาเลี้ยงหมา
งานพิเศษ : ใช้วิชาความรู้ที่เรียนมาด้าน Toxicology ตอบคำถามต่างๆเกี่ยวกับความเป็นพิษและฤทธิ์ของยา
ภาพประจำตัวสมาชิก
ชิสุมุมห้อง
โกลเด้นแก่เอาแต่นอน
โกลเด้นแก่เอาแต่นอน
 
โพสต์: 392
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.ย. 2005, 22:48
ชื่อน้องหมา: Latte'


ย้อนกลับไปยัง ถาม-ตอบ ปัญหาสุขภาพและการเลี้ยงดู

ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน

cron