อ้วน : ไปเพื่ออะไร อ้วน เอาไว้ให้ใคร

ห้องนี้ได้รวบรวมถาม-ตอบ ปัญหาสุขภาพไว้ เพื่อนๆ สามารถ ถามคำถามเกี่ยวกับการเลี้ยงดูและสุขภาพของน้องหมาได้ค่ะ โดยจะมีเพื่อนๆ และผู้รู้ คอยไขข้อข้องใจและช่วยแก้ปัญหาให้เพื่อนๆ นะคะ
กฎการใช้บอร์ด
ห้ามตั้งกระทู้หรือโพสต์รูปที่มีเนื้อหาดังต่อไปนี้ - หากฝ่าฝืน โดนแบนทันที
1. กระทู้ที่คนทั่วไปสามารถใช้วิจารณญาณเห็นว่าไม่เหมาะสมได้อย่างชัดเจน เช่น มีเนื้อหาพาดพิงในทางที่ไม่ควรหรือล่อแหลมกับ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ศีลธรรมและการเมือง
2. กระทู้ที่มีเจตนาเพื่อซื้อหรือขายสุนัขและลูกสุนัข
3. กระทู้เกี่ยวกับหมาหาบ้านหรือหมาโดนทิ้งที่เอามาจากเว็บไซต์หรือเว็บบอร์ดอื่น
4. กระทู้ขอลูกหมาฟรี
5. กระทู้หาคู่ให้ทั้งหมาและคน หรือหาพ่อพันธุ์หรือแม่พันธุ์เพื่อผสม
6. กระทู้ที่มีเนื้อหาทำให้เกิดความแตกแยก ถกเถียงอย่างรุนแรง ด่าทอกัน
7. หากมีการตั้งกระทู้ที่ไม่ถูกห้องหรือหมวด ทาง Admin และ Mod จะทำการย้ายกระทู้นั้นๆ โดยไม่มีการแจ้งให้ทราบ หากหากระทู้ของคุณไม่เจอ ให้ลองไปหาในห้องอื่นๆ ที่ถูกต้องแทน
8. สามารถใส่รูปตรงลายเซ็นได้ไม่เกิน 2 รูป และต้องอยู่ในบรรทัดเดียวกัน หากใครใส่เกิน ทาง Admin จะทำการลบภาพที่เกินออกเองโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
9. ห้ามโพสต์รูปด้วย [img] ขนาดกว้างเกิน 600 px หรือสูงเกิน 1000 px หากแอดมินพบเจอรูปที่มีขนาดเกินจากนี้ จะทำการลบออกทันที

อ้วน : ไปเพื่ออะไร อ้วน เอาไว้ให้ใคร

โพสต์โดย ชิสุมุมห้อง เมื่อ 01 ก.พ. 2015, 16:02

ความจริงทางสรีระ ที่เรามักจะลืม (โดยเฉพาะผู้เลี้ยงที่ชอบสุนัขให้อ้วน)
น้ำหนักโกลเด้นที่ควรจะเป็นคือ ตัวผู้ (27 - 36 kg) / ตัวเมีย (25 – 32 kg)
ซึ่งการอ้วนและการผอมเนี่ย ถ้าอ่านให้ละเอียดจะเห็นเลยว่า ช่วงน้ำหนักค่อนข้างกว้าง เมื่อเทียบกับสายพันธุ์อื่นๆ
ดังนั้นการดูว่าอ้วนหรือผอมจะต้องดูจาก chart เทียบสรีระของแต่ละตัวนะคะ

"นั่นคือ ไม่ได้หมายความว่า สุนัขที่ 36 กิโลกรัมจะดีใจได้ว่าอยู่ในมาตรฐาน ถ้าเกิดว่าเป็นสุนัขโครงสร้างเล็ก การมีน้ำหนัก 36 kg นี่คือสามารถทำให้ข้อเสื่อมก่อนกำหนดได้นะคะ "

รูปภาพ
เช่นการมองจากด้านบนแบบนี้ รูปบนคือรูปโกลเด้นสมส่วน ส่วนรูปล่าง หลังแบนกระดานแบบนั้น คือ อ้วนค่ะ
มองจากบ้านบน ไม่มีเหตุผลเรื่อง "ขนมันพอง" แล้วนะคะ :lol: อ้วนคืออ้วนค่ะ

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดบ้านอร กับบ้านออม น้ำหนักหมาสองบ้านนี้อยู่ที่
ลาเต้ 28 kg, ริชชี่ 27 kg ส่วนสูงไล่เลี่ยกัน รูปแบบโครงสร้างไล่เลี่ยกัน แต่ "หมาคนละเพศกัน" แต่ทั้งสองตัว จับเอามามองด้านบนเทียบกัน จะได้แบบเดียวกันกับรูปตามด้านบนค่ะ

ริชชี่เป็นตัวเมีย เกินค่ามาตรฐานต่ำสุดมา 2 kg (ตัวเมียต่ำสุด 25 kg แต่ริชชี่ 27kg)
ลาเต้เป็นตัวผู้ เกินมาตรฐานต่ำสุดมาแค่ 1 kg (ตัวผู้ต่ำสุด 27 kg ลาเต้ 28 kg)

ถ้ามาเจอตัวกัน จะเห็นว่า ริชชี่สูงกว่าลาเต้นิดหน่อย แต่น้ำหนักทำได้ไล่เลี่ยกัน
เพราะริชชี่มีปัญหาเรื่องกระดูกตั้งแต่เด็กๆ ส่วนลาเต้ พันธุกรรมข้อสะโพกไม่มีปัญหา

ดังนั้น วิธ๊ที่จะรู้น้ำหนักที่เหมาะสมของสุนัขแต่ละบ้าน ไม่ใช่ อ้างอิงจากน้ำหนักมาตรฐานอย่างเดียวค่ะ แต่ต้องอ้างอิลจากลักษณะรูปร่างด้วย ซึ่งแต่ละบ้านจะไม่เท่ากัน

1090728076mylovegoldencom3.jpg
เกณฑ์การวัดความอ้วนโดยวัดจากสายตา
1090728076mylovegoldencom3.jpg (105.43 KiB) เปิดดู 1367 ครั้ง



ถ้าคุณบอกว่า "คุณเลี้ยงโกลเด้นแบบประหยัดงบ เลี้ยงให้เป็นหมา"
งั้นเยี่ยมเลยค่ะ... ถ้าเลี้ยงให้ประหยัดงบจริงๆ คุณยิ่งต้อง "ลดน้ำหนักโกลเด้นของคุณค่ะ"

เพราะโรคต่อไปนี้ ยิ่งน้ำหนักตัวเยอะมากเท่าไหร่ ยิ่งเป็นหนักและเปลืองเงินค่ารักษา ทรมานสุนัขมากเท่านั้น

กระดูก
แรงกดของน้ำหนักสุนัข ต่อกระดูก คือการรับน้ำหนัก ตัวหารจำนวนขา (่เช่น น้ำหนัก 36/4 => ขาข้างนึงรับน้ำหนัก 9 กิโลกรัม
น้ำหนัก 9 กิโลกรัม กระดูกขาข้างนึงมีพื้นที่ประมาณ ประมาณ 17 ตารางเซ็นติเมตร
แรงกดต่อพื้นที่ กระดูกหนึ่งข้าง => 52. 94kg / ตารางเมตร
เนื่องจากธรรมชาติฉลาด... กระดูกขาหลังของหมา ทำมุมประมาณ 60-45 องศา ทอนแรงเข้าไปได้ ดังนั้นขาข้างหนึงจะรับแรงกดน้ำหนักประมาณ 3/4
แถมด้วยมีกระดูกอ่อนคอยคั่นลดแรงกระแทกและแรงเสียดทานตอนเดิน ตอนวิ่ง ตอนกระโดดให้อีก
กระดูกอ่อนมีลักษณะคล้ายเยลลี่ หยุ่นๆ ช่วยทอนแรงกระแทกได้ และเด้งกลับสภาพเดิมได้ แต่โดนน้ำหนัก 50kg กดทับตลอดคิดว่า เจลกระดูกอ่อนไขข้อจะทนไหวไหมคะ = =?
ส่วนมากก็จะเกิดตอนสุนัขอายุเริ่มเยอะแล้วนั่นล่ะค่ะ


ถ้าไม่รู้ว่าสภาพเป็นยังไง ไปซื้อเยลลี่ jolly bear/ jolly cola แล้วเอาหนับงสือหนาๆ ซัก 20kg วางทับไว้ซักคืนนึงค่ะ แล้วรุ่งเช้ามาดูว่า เสียสภาพแค่ไหน
รูปภาพ
อันนี้ทำให้ดู หนังสือ 10 kg ทับหมีจอลลี่แบร์ที่มีโครงสร้างคล้ายกับกระดูกอ่อน ต่อเนื่อง 12 ชั่วโมง ให้เห็นภาพเฉยๆ ว่า น้ำหนักตัวที่มากเกินไปทำร้ายกระดูหมาของคุณได้แค่ไหน

นั่นคือสภาพที่เกิดจากน้ำหนักสุนัขที่มากเกินไปทำร้ายกระดูกอ่อนและไขข้อตัวเอง
รูปภาพ
พอกระดูกอ่อนเริ่มเสียสภาพ จะเริ่มเกิดการอักเสบ ข้อจะเริ่มบวม (กรณีข้อเข่า)

ถามตัวเองอีกครั้งนะคะ "รักสุนัขคุณจริงๆ รึเปล่า?" อยากเลี้ยงเขา "แบบประหยัดค่าใช้จ่ายจริงๆ รึเปล่า?"

จากประสบการณ์เลยนะคะ ถ้าอยากประหยัดค่าใช้จ่าย
เพิ่มความรู้ให้มากๆ แล้วก็ลงมือทำตามความรู้ในการเลี้ยงหมาที่ถูกต้องให้มากๆ มันลดโอกาสเสี่ยงของการเจ็บตัวโดยไม่ตั้งใจของสุนัข และการสิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็นในการเลี้ยงค่ะ

เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญสำหรับการเลี้ยงสุนัขพันธุ์ใดๆ แต่มันสำคัญกับของที่ต้องใช้เงินค่ะ
และความรัก ก็รักษาทุกโรคไม่ได้ค่ะ คุณอาจรักสุนัข แต่สุนัขกินความรักเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยทางร่างกายของเขาไม่ได้ เขาอาจสบายใจที่เจ้าของอยู่ด้วยเจ้าของรัก แต่ความเจ็บป่วยทรมานจากโรคจะมีอยู่แน่นอนมันไม่ได้หายไป ตราบใดที่ยังไม่ได้ยาแก้ปวดค่ะ :(

ถ้าคุณรักเขาไม่อยากให้เขาเจ็บป่วยโดยไม่จำเป็น แล้วไม่อยากใช้เงินโดยไม่จำเป็น คุณต้องมี ความรู้ ความรัก วินัย และการเอาใจใส่ค่ะ อย่าเลี้ยงเขาให้ไปพบหมอโดยไม่มีเหตุอันสมควรค่ะ
แก้ไขล่าสุดโดย ชิสุมุมห้อง เมื่อ 27 ส.ค. 2015, 14:30, แก้ไขแล้ว 12 ครั้ง.
งานหลัก : เล่นกับหมา ดูแลหมา คุยกับหมา พาหมาไปว่ายน้ำ
งานอดิเรก : ทำงานหาเงินมาเลี้ยงหมา
งานพิเศษ : ใช้วิชาความรู้ที่เรียนมาด้าน Toxicology ตอบคำถามต่างๆเกี่ยวกับความเป็นพิษและฤทธิ์ของยา
ภาพประจำตัวสมาชิก
ชิสุมุมห้อง
โกลเด้นแก่เอาแต่นอน
โกลเด้นแก่เอาแต่นอน
 
โพสต์: 392
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.ย. 2005, 22:48
ชื่อน้องหมา: Latte'

Re: อ้วน : ไปเพื่ออะไร อ้วน เอาไว้ให้ใคร

โพสต์โดย ชิสุมุมห้อง เมื่อ 01 ก.พ. 2015, 16:02

[ตับ]
ประเด็นอีกอันของสุนัขน้ำหนักเกิน มีพุง แน่นปั๊ก อ้วนกลม คือ คุณทราบรึเปล่าน้ำหนักที่เกินของเขาไม่ใช่แค่น้ำหนักไขมันค่ะ แต่คือ "น้ำหนักตับ"

ค่ะ ตับค่ะ ตับที่เราผัดน้ำมันหอย ผัดกระเทียม ผัดต้นกุยช่ายทานกันนั่นล่ะค่ะ
ตับที่ถ้าอยู่ในเป็ดในห่านอันโตๆ สีขาวๆ เราเรียกว่า ฟัวกราส์ กินกันแพงๆ นั่นล่ะค่ะ
รูปภาพ

ตับมีน้ำหนักประมาณ 2-4% ของน้ำหนักตัว เป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย
น้ำหนักหมา 27kg น้ำหนักตับ 0.5 kg...
คำนวณค่ะท่านผู้ชม.. น้ำหนักหมา 36 kg น้ำหนักตับ 0.7 kg...
น้ำหนักหมา 40 kg น้ำหนักตับราวๆ 0.8 kg...
(น้ำหนักตับสุนัขพันธุ์ใหญ่อยู่ที่ประมาณ 719 - 815 gm และเนื่องจากโกลเด้นเป็นไซส์ใหญ่ไม่ได้ยักษ์ น้ำหนักตับควรจะอยู๋ในช่วง 600-700 กรัม)

เนื่องจากเราเลี้ยงโกลเด้นไว้ผลาญเงิน เอ๊ยย เลี้ยงไว้เป็นสมาชิกครอบครัว ไม่ได้เลี้ยงไว้กินตับโตๆ แบบตับฟัวกราส์
สุนัขตับหนักเกินความจำเป็นจะทำให้ชีวิตของหมาท่านเสี่ยงภัย เป็นโรคไขมันพอกตับ ซึ่งไปๆ มาๆ พอพอกเยอะๆตับจะแข็ง แล้วก็เป็นมะเร็งตับ ตับ ตับ ตับ ตับ....
หนักเกิน 0.8 - 1 kg เท่าไหร่ก็เพิ่มโอกาสเป็นมะเร็งตับ โรคฮีทสโตรท

กินตับห่าน ฟัวกราส์อร่อยไหมคะ ? มันเลี่ยนได้ใจไหมคะ นั่นคือสภาพตับของโกลเด้นของคุณ ถ้าปล่อยให้อ้วนค่ะ
นอกจากนั้นตับมีปัญหาจะทำให้ง่ายต่อการเกิดหลายๆ โรคด้วยค่ะ

โรคที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับตับ
1) ภาวะผิดปกติในการจัดการไขมันในร่างกาย (กล่าวคือ คลอเรสเตอรอล ไขมันในเส้นเลือด) เนื่องจากคลอเรสเตอรอลสังเคราะห์ในตับด้วย ถ้าตับผิดปกติไปด้วยเหตุผลดังกล่าว การสร้างคลอเรสเตอรอลจะสูงขึ้นในร่างกายสุนัข
ก็จะง่ายต่อการเกิดโรคหลอดเลือด ไม่ว่าจะโรคหลอดเลือดหัวใจ หรือเส้นเลือดในสมองตีบ ซึ่งนำไปสู่อัมพาต และอาจเกิดโอกาสความดันโลหิตสูงในสัตว์เลี้ยงได้

2) ความผิดปกติในการสังเคราะห์น้ำดี
ทำให้มีการย่อยอาหารผิดปกติได้ ซึ่งจะนำไปสู่โรคอื่นๆอีก เช่น โรคการย่อยผิดปกติ ย่อยยาก

===================================================================================

[หัวใจ]


ร่างกายอ้วนขึ้น เส้นเลือดตีบขึ้น จากภาวะของตับมีปัญหา หลอดเลือดแข็งตัวขึ้น (จากภาวะไขมันเกาะหลอดเลือด)
หัวใจทำงานหนักขึ้น

รูปภาพ

เมื่อหัวใจทำงานหนักขึ้น ถ้าจะให้อยู่ต่อ ก็เตรียมเปลี่ยนสูตรอาหารสำหรับสุนัขโรคหัวใจได้เลย (จำราคาแน่นอนไม่ได้ แต่มากกว่าสองพันกว่าๆ ต่อกระสอบแน่นอน) น้ำก็จะทานได้จำกัดจำเขี่ยแล้วทีนี้เพราะหัวใจผิดปกติไปแล้ว

อยากจะออกกำลังกายเพื่อช่วยกล้ามเนื้อหัวใจ ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้
ความเสี่ยงของ ภาวะ "น้ำท่วมปอด" ก็จะเพิ่มขึ้นด้วย แน่นอน ค่ารักษาพยาบาลจะบานปลาย หมาที่ควรจะได้อยู่แบบมีความสุขกับเจ้าของ ก็ต้องไปอยู่แบบมีสุขบ้างไม่มีสุขบ้างใน โรงพยาบาล

===================================================================================

[ผิวหนัง ภูมิแพ้ ]

หมาอ้วน จะมีความเสี่ยงต่อโรคผิวหนังมากผิดปกติ เนื่องจากไขมันที่เยอะเกินไปในร่างกายจะส่งผลให้ไขมันที่ชั้นผิวหนังเยอะขึ้นมากด้วย และผลิตไขมันที่หลากหลายขึ้นที่ชั้นผิวหนัง (กลิ่นตัวก็จะหืนไวขึ้นด้วย อาบน้ำสองวันก็เหม็นแล้ว )
และทำให้เหมาะสำหรับ การติดเชื้ออย่างๆ โดยเฉพาะเชื้อรา กับยีสต์

นอกจากนั้น ในสุนัขที่อ้วน ภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติที่จัดการกับไวรัสและแบคทีเรียจกตกลง ทำให้ง่ายต่อการติดเชื้อต่างๆ เช่น ไขหัดสุนัข (มีวัคซีนแล้วไง ภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรงก็ติดได้) / การติดเชื้อซาลโมเนลา (จากไข่ และไก่ ในอาหารทำให้ท้องเสียง่ายขึ้น)

====================================================================================

[ความเสี่ยงมะเร็งเพิ่มขึ้น]

ในสิ่งมีชีวิตเลี้ยงลูกด้วยนม ถ้าอ้วน อัตราเสี่ยงของการเป็นมะเร็งจะมากขึ้น โดยเฉพาะมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ เพิม่ขึ้นชัดเจนในสุนัขที่น้ำหนักเกิน และพบว่า สุนัขที่อ้วนนาน 1 ปีต่อเนื่อง จะมีโอกาสเกิดเนื้องอกมากขึ้นอย่างบชัดเจน เมื่อเทียบกับสุนัขปกติ

(ขอไม่มีภาพประกอบนะ ภาพมะเร็งนี่สยองสุดๆ)

======================================================================================

[อัตราการเกิดฮีทสโตรทง่ายขึ้น]


ในสุนัขอ้วน การเกิด ฮีทสโตรกในหน้าร้อนหรือการออกกำลังกายจะง่ายขึ้น เพราะอ้วนอยู่แล้ว ความอ้วนเป็นฉนวนกั้นไม่ให้การระบายความร้อนเป็นไปได้สะดวก ง่ายๆ คือเหมือนห่อผ้านวมกลางแดด อยู่ตลอดเวลา แถมผ้านวมที่ว่าถอดไม่ออกแน่นอน

ถ้าเกิด ภาวะลมแดด หรือ heat stroke เมื่อไหร่ก็เตรียมใจกันได้ รอดกับไปอย่างละครึ่งต่อครึ่งทีเดียวสำหรับโกลเด้น

=====================================================================================

[คุณภาพชีวิตไม่ดี อายุไม่ยืน]


จากความเสี่ยงของหมาอ้วนในด้านสุขภาพทั้งหมด ทั้งความสามารถในการออกกำลัง ความสามารถในการทนต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม (อากาศร้อน อากาศหนาว โรคติดต่อ) ความเสี่ยงของการหายใจที่จะหายใจยาก (เพราะมันจุกอก) ความเครียดจากน้ำหนักเกินที่ทำให้ข้อกระดูกเจ็บ ไม่สบายตัว

ส่วนมากสุนัขจะ "เสียชีวิตก่อนวัยอันสมควร" ค่ะ
แก้ไขล่าสุดโดย ชิสุมุมห้อง เมื่อ 02 ก.พ. 2015, 01:40, แก้ไขแล้ว 7 ครั้ง.
งานหลัก : เล่นกับหมา ดูแลหมา คุยกับหมา พาหมาไปว่ายน้ำ
งานอดิเรก : ทำงานหาเงินมาเลี้ยงหมา
งานพิเศษ : ใช้วิชาความรู้ที่เรียนมาด้าน Toxicology ตอบคำถามต่างๆเกี่ยวกับความเป็นพิษและฤทธิ์ของยา
ภาพประจำตัวสมาชิก
ชิสุมุมห้อง
โกลเด้นแก่เอาแต่นอน
โกลเด้นแก่เอาแต่นอน
 
โพสต์: 392
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.ย. 2005, 22:48
ชื่อน้องหมา: Latte'

Re: อ้วน : ไปเพื่ออะไร อ้วน เอาไว้ให้ใคร

โพสต์โดย ชิสุมุมห้อง เมื่อ 02 ก.พ. 2015, 00:28

เจ้าของทั้งหลายคะ....
ทุกครั้งที่จะหยิบอาหารให้สุนัข จากบนโต๊ะ
ทุกครั้งที่เจอสายตาเว้าวอนว่า หนูยังกินไม่อิ่ม (ทั้งๆที่ตัวหนู มันเป็นหมูไปแล้ว)
ตั้งสติ มองตามัน แล้วถามตัวเอง ไอ้ที่ให้กินไปเนี่ย ผ่อนส่งโรคให้หมาเรารึเปล่า ?
ของที่ให้เพิ่มขึ้นไป เพราะกลัวไม่อิ่ม (ทั้งๆที่พุงล้นหลาม) มันเพิ่มโอกาสเสี่ยงให้หมาเราเป็นโรคไหม ?
สัญชาติญาณหมา คือ กินให้อิ่ม โดยเฉพาะโกลเด้นหลายตัวหยุดกินไม่เป็นด้วยซ้ำ คนที่เลี้ยงที่รักถึงจะต้องหยุดแทนเขาค่ะ

ธรรมชาติสร้างมาแล้ว ฉลาดแล้ว อย่ารีบไปทำลาย หรือทำให้เสียหายไวกว่าความจำเป็นเลยค่ะ


รูปภาพ
(ตัวอย่างภาพด้านบน หมาลาบราดอร์ที่น้ำหนักเกินค่ะ ตัวเดียวกัน เจ้าของจับลดจนได้แบบนี้แหล่ะค่ะ
เวลาใช้ลดน้ำหนัก 7 เดือนค่ะ จาก 130 ปอนด์(59 kg ) เหลือ 84 ปอนด์ (38 kg)

มันไม่ได้ขึ้นกับหมาค่ะ มันขึ้นกับ "เจ้าของล้วนๆ"

เหล่าโกลเด้นน้ำหนักเกินคะ ช่วยให้เจ้าของคุณลดน้ำหนักสุนัขของคุณแบบจริงจังกันซะที
งานหลัก : เล่นกับหมา ดูแลหมา คุยกับหมา พาหมาไปว่ายน้ำ
งานอดิเรก : ทำงานหาเงินมาเลี้ยงหมา
งานพิเศษ : ใช้วิชาความรู้ที่เรียนมาด้าน Toxicology ตอบคำถามต่างๆเกี่ยวกับความเป็นพิษและฤทธิ์ของยา
ภาพประจำตัวสมาชิก
ชิสุมุมห้อง
โกลเด้นแก่เอาแต่นอน
โกลเด้นแก่เอาแต่นอน
 
โพสต์: 392
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.ย. 2005, 22:48
ชื่อน้องหมา: Latte'


ย้อนกลับไปยัง ถาม-ตอบ ปัญหาสุขภาพและการเลี้ยงดู

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน

cron